เส้นทางแห่งความสุข เที่ยวเพชรบูรณ์ 3 วัน 2 คืน

เพชรบูรณ์ เมืองท่องเที่ยวในฝันของคนหลายคนที่อยากมาเยือน มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย รถยนต์เข้าถึงทุกที่ โดยบางคนมาเที่ยวแล้วอยากกลับมาเที่ยวอีกเพราะประทับใจในเสน่ห์ของเมืองมะขามหวาน นอกจากเขาค้อ เจ้าของฉายา “สวิทเชอร์แลนด์แห่งเมืองไทย” ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจอีก เช่น ภูทับเบิก อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ที่ยังคงเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของความเป็นธรรมชาติอย่าล้นเหลือ จนใครๆ ก็อยากไปเที่ยวเพชรบูรณ์

วันนี้ นายมะขามขอทำหน้าที่เป็นไกด์พาเที่ยวไปเติมเต็มความสุข ด้วยการอัพเดรทสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ แนะนำที่พัก ร้านกาแฟ ร้านของฝาก ในเส้นทางท่องเที่ยวที่สามารถขับรถยนต์ไปจอดทุกๆ ที่สะดวก ปลอดภัย เพื่อที่จะทำให้คุณได้รู้จักและหลงรักเพชรบูรณ์ “ดินแดนแห่งความสุขของคนอยู่และผู้มาเยือน

ที่เที่ยว ที่กิน ที่นอน ในทริปนี้ เมื่อเพื่อนของนายมะขาม มาจากกรุงเทพฯ นายมะขามจะพาเพื่อนๆ เที่ยวตามเส้นทางที่จะได้แนะนำต่อไปนี้ เป็นเส้นทางท่องเที่ยวโดยสามารถขับรถเที่ยวเป็นวงกลมมีสถานที่เที่ยวเยอะ จะแวะเที่ยวทุกที่หรือไม่นั้น ก็ต้องดูเวลาเป็นตัวกำหนด

โดยเริ่มจากออกเดินทางจากกรุงเทพฯ วันแรก แวะชมโบราณสถานที่จากจุด  1. อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จากนั้นเดินทางต่อยาวไปที่อำเภอเขาค้อ เริ่มเที่ยวชมพระตำหนักเขาค้อ และแวะชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ตามเส้นทาง เข้าพักที่ เขาค้อทะเลหมอกรีสอร์ท จุดชุมวิวทะเลหมอกที่สวยที่สุด (หรือเลือกที่พักบริเวณรอบๆจุดชมวิวเขาค้อ เหนืออ่างเก็บน้ำรัตนัย) วันที่สอง เที่ยวเขาค้อตามสถานที่ต่างๆ ไปถึงเย็นพักที่ภูเสียดฟ้ารีสอร์ท อยู่บนสันเขาสูงเขตตำบลแคมป์สนที่อยู่เหนือสุดของอำเภอเขาค้อหรือสามารถเลือกพักรีสอร์ทใกล้เคียง วันที่สาม เช้าๆ เที่ยววัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว แล้วลงจากเขาค้อไปอำเภอหล่มเก่า-หล่มสัก เลือกทานขนมจีนหรือว่าลาบเป็ดอร่อยๆ บ่ายๆ ขับรถยนต์เดินทางไปอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ แวะสักการะองค์พระพุทธมหาธรรมราชาเฉลิมพระเกียรติ แวะช้อปปิ้งของฝากที่ไร่ กำนันจุล ท้ายสุดแวะสักการะหลวงพ่อทบ วัดช้างเผือก สามแยกวังชมภู แล้วเดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ ค่ำๆ (ดูแผนที่ประกอบ)

คลิก เพื่อดูแผนที่แสดงสถานที่ท่องเที่ยวเพชรบูรณ์ ที่พัก ร้านอาหาร

วันที่ 1

เวลา 06.00-06.30 น. ออกจากกรุงเทพฯ

เริ่มต้นเดินทางไปจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ขับรถตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 ผ่านจังหวัดสระบุรี จนถึงสามแยกพุแค ระยะทางประมาณ 100 กม. ให้เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 21 ถึงสี่แยกศรีเทพ (ระยะทางประมาณ 200 กม. ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง) ให้เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 2219 ระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร


1. เวลา 09.00 น. ถึงอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพฯ
(205 กม. 2 ชม. 42 นาที)

ที่นี่เปรียบได้กับโบราณสถานอันเป็นคลังความรู้ทางประวัติศาสตร์ มีพื้นที่ตั้งครอบคลุมโบราณสถานในเมืองเก่าศรีเทพ หรือชื่อเดิมคือเมืองอภัยสาลี ซึ่งสร้างขึ้นในยุคขอมเรืองอำนาจ และมีอายุไม่ต่ำกว่า 1,000 ปี ตัวเมืองแบ่งออกเป็นชั้นนอกกับชั้นใน หากคุณเดินทางมาถึงอุทยานฯ จะได้พบกับซากโบราณสถานกว่า 70 แห่ง โดยบางแห่งได้รับการบูรณะซ่อมแซมเป็นที่เรียบร้อย ภายในประกอบด้วย

  • ศูนย์บริการข้อมูล ซึ่งเป็นอาคารจัดแสดงโบราณสถาน นิทรรศการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และโบราณคดี
  • ส่วนจำหน่ายหนังสือ สินค้าที่ระลึก
  • อาคารหลุมขุดค้นทางโบราณคดี เป็นอาคารจัดแสดงโครงกระดูกมนุษย์ และโครงกระดูกช้างที่ได้จากการขุดค้นทางโบราณคดีเมื่อ พ.ศ. 2531
  • ปรางค์สองพี่น้อง ลักษณะเป็นปรางค์ 2 องค์ ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงขนาดใหญ่
  • โบราณสถานเขาคลังใน ตั้งอยู่เกือบกึ่งกลางเมือง ผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าหันหน้าไปทางทิศตะวันออก
  • ปรางค์ศรีเทพ เป็นสถาปัตยกรรมแบบศิลปะเขมรหันหน้าไปทางทิศตะวันตก

ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว

ปรางค์สองพี่น้อง
โบราณสถานเขาคลังใน

ปรางค์ศรีเทพ

โบราณสถานเขาคลังนอก

2. เวลา 11.30 น. แวะทานไก่ย่างวิเชียรฯ อร่อยกันที่ร้านนิวไก่ย่างบัวตอง สาขา 2

(หลักกิโลเมตร 128 ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ)  (30 นาที 36 กม. จากจุด 1.)

เป็นร้านเปิดใหม่แยกมาจากสาขา 1 มาตั้งอยู่ห่างจากสามารถแรกประมาณ 2 กม. อยู่ฝั่งขาล่องไปกรุงเทพฯ ร้านใหม่จะกว้างขวาง จัดร้านได้ดี ร้านไก่ย่างบัวตองเจ้าตำรับความอร่อยในเรื่องไก่ยางมีสูตรพิเศษ ไก่ย่างสูตรสมุนไพร เน้นที่เครื่องหมักเครื่องปรุงไก่ด้วยสมุนไพร ทั้งตะไคร้ กระเทียม หัวหอมหมักพร้อมกับนมสด เพื่อเพิ่มความหอม หวาน มัน และทำให้เนื้อไก่นุ่ม “ไก่ย่างวิเชียร” รสชาติความอร่อยสืบทอดกันมายาวนาน ด้วยเอกลักษณ์ หนังกรอบ เนื้อนุ่ม รถชาติกลมกล่อม เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มสูตรเด็ด กินกับข้าวเหนียวร้อนๆ และส้มตำรสเด็ด ทั้งตำไทย ตำปู ตำลาว ข้าวเหนียวที่นี่เป็นข้าวเหนียวดำผสมกับข้าวเหนียวสีขาวห่อใบตองแล้วนึ่งได้กลิ่นหอมๆ ของใบตอง ข้าวเหนียวนุ่มมาก ลาบหมูตุ๋น หมูตุ๋นเนื้อนุ่ม รสชาติเข้มข้น ออกเค็มนิดๆ ต้มยำไก่บ้านใบมะขามอ่อน ชามเล็กไม่ใหญ่มาก รสชาติธรรมดาทั่วไป ตำทอดกรอบมะละกอกรอบๆ ราดน้ำส้มตำรสชาติกลมกล่อม มาเที่ยวแล้วไม่ควรพลาด

 

3. เวลา 14.00 น. พระตำหนักเขาค้อ (140 กม. 2 ชม. จากจุด 2.)

อิ่มท้องกันแล้วก็เดินทางกันยาวไปเที่ยวยังอำเภอเขาค้อฯ ขับรถไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 21 ผ่านตัวอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ ถึงสามแยกนางั่ว อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ให้เลี้ยวซ้าย ไปตามทางหลวงหมายเลข 2258 ไปอีกประมาณ 30 กิโลเมตร

ถึงพระตำหนักเขาค้อ เป็นจุดสูงสุดของเขาค้อ สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 1,050 เมตร เมื่อยืนอยู่บริเวณพระตำหนัก จะมองเห็นทัศนียภาพสวยงามมาก ลักษณะตัวอาคารพระตำหนักเขาค้อ เป็นอาคารชั้นเดียวติดต่อกัน เป็นรูปครึ่งวงกลม มีอาคารบางส่วน สร้างเป็นสองชั้น ชั้นบนเป็นห้องบรรทมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ชั้นล่างแบ่งเป็นด้านซ้ายและขวา ด้านซ้ายเป็นห้องพระราชทานเลี้ยง ห้องเสวย และห้องเข้าเฝ้าฯ ส่วนด้านขวาเป็นห้องบรรทมของพระบรมวงศานุวงศ์ ใกล้กับพระตำหนักมีห้องพักของข้าราชบริพาร จำนวน 12 ห้อง สร้างเป็นรูปครึ่งวงกลมเช่นกัน บริเวณรอบพระตำหนักจะปลูกดอกไม้สีสันสวยงามหลากหลายชนิดมีบ้านพักทหารม้า บริการให้นักท่องเที่ยวเช่าพัก จำนวน 2 เรือนแถว และนักท่องเที่ยวสามารถกางเต็นท์พักแรมบริเวณใกล้กับบ้านพักได้ แต่ต้องเตรียมเครื่องนอนไปให้พร้อม เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นที่สูง ตอนกลางคืนอากาศหนาวเย็นมาก

 

4. เวลา 15.00 น. หอสมุดนานาชาติเขาค้อ (12 นาที 6.5 กม. จากจุด 3.)

หอสมุดนานาชาติเขาค้อ เป็นหอสมุดขนาดใหญ่ ออกแบบอย่างสวยงาม เป็นรูปเพชรคว่ำ สร้างด้วย กระจกสะท้อนแสง ด้านหน้าจัดทำเป็นส่วนดอกไม้ นานาพันธ์ ส่วนมากเป็นไม้เมืองหนาว ออกดอกสวยงาม มีพระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ อัญเชิญมาจาก ประเทศศรีลังกา และมีหลวงพ่อทบ ขนาดเท่าของจริง เกจิอาจารย์ ที่นับถือของชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ ประดิษฐานอยู่

 

5. เวลา 16.00 น. พิพิธภัณฑ์อาวุธ (ฐานอิทธิ) (7 นาที 3.3 กม. จากจุด 4.)

บริเวณนี้เคยเป็นฐานปืนใหญ่ ยิงสนับสนุนการ สู้รบ ปัจจุบันจัดให้ เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง มีอาวุธยุทโธปกรณ์ ที่ใช้ในการสู้รบตั้งอยู่มากมาย เช่น เครื่องบินขับไล่ เอฟ 5 รถสายพานลำเลียงพล ปืนใหญ่ ปืนใหญ่ขนาด 105 มม. จำนวน 2 กระบอก ปืนใหญ่ ขนาด 155 มม. ยิงได้ไกล 11 กิโลเมตร 1 กระบอก ฯลฯ

ภายในอาคารมีห้องบรรยายสรุปเกี่ยวกับเหตุการณ์ ในยุทธภูมิเลือดเขาค้อ มีห้องจัดนิทรรศการ เกี่ยวกับอุปกรณ์ เครื่องใช้ เสื้อผ้า อาวุธของคอมมิวนิสต์ ส่วนด้านนอกอาคารยังมีฐานอาวุธ จัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ เช่น ซากปืนใหญ่ รถถัง รถแทรกเตอร์ บังเกอร์หลบภัย แต่ละจุดมีป้ายประวัติพร้อมคำอธิบายประกอบ

 

6. เวลา 16.30 น. อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ (5 นาที 1.3 กม. จากจุด 5.)

อนุสรณ์สถานแห่งนี้ พลเอก อาทิตย์ กำลังเอก ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ทั่วไป ได้มาทำพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2526 โดยสร้างขึ้นด้วยเงินบริจาค ของประชาชนและ ข้าราชการทุกฝ่าย และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถฯ ได้เสด็จฯ มาเป็นองค์ประธานประกอบ เปิดอนุสรณ์แห่งนี้ เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2527 เพื่อเตือนใจคนไทยทั้งชาติว่า “ยามใดที่คนไทยขัดแย้งกัน จะต้องมีการสูญเสียอย่างผู้กล้าหาญ 1,171 ชีวิต ที่จารึกไว้กับองค์อนุสรณ์ จงอย่าให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก”

ด้านตรงข้ามเป็นฐานกรุงเทพ เป็นเนินเตี้ยๆ มีหลุมหลบภัย มีฐานยิงปืนใหญ่สนับสนุนการสู้รบกับ ผกค. ในอดีดเป็นฐานแห่งแรกที่ทหารไทยยึดคืนมาได้จาก ผกค. และเป็นจุดวางแผนในการปฏิบัติงานวางแผนในการสู้รบ เมื่อยืนอยู่ที่ฐานกรุงเทพ สามารถมองเห็นเส้นทางคดเคี้ยว ที่เชื่อมต่อกัน เห็นทัศนียภาพของอำเภอเขาค้อ ได้ชัดเจนที่สุด เหมาะสำหรับการถ่ายภาพเก็บเป็นที่ระลึก

 

7. เวลา 17.30 น. เขาค้อทะเลหมอกรีสอร์ท (5 นาที 2.6 กม. จากจุด 6.)

เขาค้อทะเลหมอกรีสอร์ท มีบริการห้องพักแบบห้องพักส่วนตัว ห้องพักครอบครัว บ้านพักเดี่ยว บ้านพักหมู่คณะ เต็นท์พักแรม พร้อมอาหารเช้าฟรี และยังมีอาหารพร้อมเครื่องดื่มช่วงเย็นไว้ให้ท่านเลือกราคาพิเศษ ชมบรรยากาศพระอาทิตย์ตกดินเหนืออ่างเก็บน้ำรัตนัย ชมทะเลหมอกยามเช้าช่วงปลายฝนต้นหนาว หรือช่วงฤดูหนาว เป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยที่สุดในอำเภอเขาค้อ

วันที่ 2


8. เวลา 08.00 น. พระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก (5 นาที 2.2 กม. จากจุด 7.)

พระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก ออกแบบ ให้มีเอกลักษณ์ ศิลปพุทธสถานทางภาคเหนือ และเป็นสถาปัตยกรรม สมัยสุโขทัย และรัตนโกสินทร์ ประยุกต์ ที่ผนังของฐานด้านล่าง เป็นแบบย่อมุม ไม้สิบสอง ซึ่งมีการใช้ตั้งแต่สมัยอยุธยา ฐานชั้นบน มีผนังเป็น 8 เหลี่ยม เป็นลักษณะที่มีการใช้ตั้งแต่ สมัยทวารวดี บริเวณเหนือซุ้มคูหา ตอนบนของ องค์เจดีย์ เป็บกลีบบัวรับองค์ ระฆังทรงกลม แบบสมัยอยุธยา ถัดขึ้นไปตอนบนเป็นบัลลังค์รับบัวกลุ่ม 5 ชั้น ทางคติมีความหมายถึงพระเจ้า 5 พระองค์ บริเวณฐานชั้นล่างนี้ มีซุ้มคูหา 4 ด้าน ภายในประดิษฐาน พระพุทธรูปทั้ง 4 ทิศ และบริเวณบาน 8 เหลี่ยม ตอนบนมีซุ้ม คูหาขนาดใหญ่ และเล็กสลับกัน ซึ่งซุ้มคูหาขนาดใหญ่ ภายในประดิษฐาน พระพุทธรูป 4 ทิศ

 

9. เวลา 09.00 น. ถ่ายภาพ ชมวิว ทานกาแฟแทนรักทะเลหมอก (6 นาที 3.4 กม. จากจุด 8)

จุดชมวิว ชมทะเลหมอก ที่พัก ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ริมเส้นทางไปน้ำตกศรีดิษฐ์ และอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง (หนองแม่นา) จัดสวน มุมถ่ายภาพไว้สวยมากๆ เมื่อมาเยือนเขาค้อต้องมาเก็บภาพที่นี่ ถือเป็นสถานที่ที่ให้คุณได้สัมผัสบรรยากาศทุกอย่างทุกอารมณ์ตลอดทั้งวันได้อย่างเต็มที่ กลางวันได้สัมผัสวิว ทิวเขา ทิวทัศน์ สีเขียว ๆ จากป่าไม้ทิวเขาค้อและทิวเขาอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ยามเย็นสัมผัสพระอาทิตย์ตก

 

10. เวลา 10.00 น. ทุ่งกังหันลม (15 นาที 8.6 กม. จากจุด 9)

นอกจากจะเป็นนวัตกรรมใหม่ ที่จะช่วยสร้างรายได้ผลิตมวลรวมด้านการผลิตกระแสไฟฟ้าให้กับจังหวัดแล้ว ยังจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดและสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวสู่จังหวัดเพชรบูรณ์ได้อย่างดียิ่ง ซึ่งบริษัทได้มีส่วนร่วมในการสร้างถนนเข้าสู่ชุมชน การปรับปรุงภูมิทัศน์ ปลูกต้นสน และ ต้นนางพญาเสือโคร่ง เพื่อส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานไฟฟ้ากังหันลม

เป็นศูนย์เรียนรู้ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ด้านพลังงานทดแทน โครงการพัฒนาลุ่มน้ำเข็ก อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลมเขาค้อ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ผู้พัฒนาโครงการ บริษัท เขาค้อ วินด์ พาวเวอร์ จำกัด กำลังการผลิตติดตั้ง 60 MW กันหันลมผลิตไฟฟ้า GE–2.5-120 จำนวน 24 ตัว ความสูงจากพื้นถึงจุดศูนย์กลางใบพัด (Hub Height) 110 เมตร ใบพัดยาว 60 ม. เส้นผ่าศูนย์กลางวงพัด 120 เมตร ความเร็วลมเฉลี่ย 5.4 เมตร/วินาที พลังงานลมเฉลี่ยต่อปี

โครงการได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์พื้นที่กับกรมป่าไม้ โดยเขตป่ามาตรา 4(1) 196-0-0 ไร่ และ เขตป่าถาวร 254-2-0 ไร่ รวม 450-2-0 ไร่ โดยพื้นที่โครงการทั้งหมดเป็นเขตป่าไม้ ผ่อนผันให้ชาวบ้านในพื้นที่ทำกิน โดยเป็นที่ดินใช้ประโยชน์ในการทำเกษตรกรรม ปลูกพืชผักและพืชล้มลุก ซึ่งโครงการได้ขอใช้ประโยชน์ในพื้นที่จากเกษตรกรที่ครอบครองทำไร่ บริเวณจุดตั้งกังหันลม โดยจ่ายค่าชดเชย ในด้านการใช้ประโยชน์พื้นที่ ส่วนแนวสายส่งได้มีการจัดทำประชาพิจารณ์ และมีมติเห็นชอบให้ดำเนินการปักเสาพาดสายได้ในการพัฒนาการผลิตกระแสไฟฟ้า บริเวณพื้นที่โครงการจะประกอบด้วยจุดติดตั้งกังหันลมเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ใช้พื้นที่ในระหว่างการก่อสร้างประมาณ 1 – 5 ไร่ต่อต้น และเมื่อสร้างเสร็จแล้วใช้พื้นที่ประมาณ 1 ไร่ต่อกังหันลม 1 ต้น (ข้อมูล www.khaokorwindpower.com)

 

11. เวลา 12.00 น. ทานอาหารกลางวันที่ ไร่จันทร์แรม (12 นาที 6 กม. จากจุด 10.)

ร้านอาหารไร่จันทร์แรม ตกแต่งด้วยบรรยากาศร่มรื่น ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามของไร่จันทร์แรมรีสอร์ท ให้คุณได้อิ่มอร่อยแล้วยังได้พักผ่อนไปด้วยแบบสบายๆ นอกจากจะบรรยากาศดีแล้ว อาหารก็ยังอร่อยอีกด้วย  เปิดทุกวัน เวลา 07.00-21.00 น.

 

12. เวลา 13.00 น. เขาค้อทะเลภู (13 นาที 9.6 กม. จากจุด 11.)

เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวมาเที่ยวเขาค้อควรจะแวะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ผลิตที่โรงงานเอง หลากหลายที่จำเป็นแก่การครองชีพด้านกลุ่มอาหารเครื่องดื่ม เครื่องสำอาง ยา และหัตถกรรม เช่น ชาสมุนไพร เครื่องดื่มผลไม้และสมุนไพร แยม เบเกอรี่ น้ำมันหอมระเหย น้ำมันนวดตัว ผลิตภัณฑ์หอมระเหย ลูกประคบ สมุนไพรรอบตัว สบู่ก้อน ยาหม่อง ครีมล้างหน้าสมุนไพร น้ำมันงา น้ำมันทานตะวัน และน้ำมันมะพร้าว เป็นต้น และยังสามารถเลือกดูสินค้า สั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ออนไลน์

 

13. เวลา 14.00 น. ไร่บีเอ็น (5นาที 2.2 กม. จากจุด 12)

แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลาย แวะซื้อพืชผัก ผลไม้เมืองหนาวสดๆ ผลไม้แปรรูปนานาชนิดตามฤดูกาล รวมทั้งไม้ดอกไม้ประดับ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมแปลงผัก สวนพันธุ์ไม้ในบริเวณได้ แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ได้รับความนิยมมานาน จุดเด่นอยู่ที่ความสามารถในการทำการเกษตรเชิงวิชาการแผนใหม่ เป็นไร่ที่ผลิตพืชผักผลไม้และดอกไม้เมืองหนาว 1,000 กว่าไร่

 

15. เวลา 15.00 น. Route 12 

ร้านกาแฟอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 12 (พิษณุโลก-หล่มสัก) เป็นร้านกาแฟและที่พักระหว่างทาง นอกจากกาแฟ ไม่ควรพลาดบรรยากาศร้านตกแต่งแบบย้อนยุค (Retro) คล้ายปั๊มน้ำมันในแถบชนบทของอเมริกาที่มักจะเห็นในภาพยนตร์บ่อยๆ เป็นจุดขาย

เมื่อได้ก้าวเข้าไปในบริเวณร้านก็จะได้ยินเสียงเพลงเก่าๆ สไตล์คันทรี เคล้ากับบรรยากาศภูเขา ท้องฟ้า และทุ่งหญ้า ที่ปรากฏแก่สายตาอยู่ทางด้านหลังของร้าน จนนึกว่าหลุดมาอยู่ในเมืองคาวบอย ในร้านจะมีของสะสมของเก่าให้ได้ชม ได้ถ่ายรูปกัน บรรยากาศหน้าร้าน มีหัวจ่ายน้ำมันแบบโบราณวางตั้งโชว์ไว้ หัวจ่ายน้ำมัน Shell โต๊ะทานกาแฟไอเดียเก๋ ๆ ฐานโต๊ะทำมาจากเครื่องยนต์ เอากระจกมาวางเป็นโต๊ะ มอเตอร์ไซคลาสสิค โบราณแล้ว

 

16. เวลา 15.30 น. ภูแก้ว & แอดเวนเจอร์ พาร์ค รีสอร์ท

ศูนย์กิจกรรมกลางแจ้งแนวผจญภัยแห่งเดียวบนเขาค้อ อีกแห่งหนึ่งของการเติมเต็มความสุขในช่วงวันหยุดของคุณและครอบครัว ใครอยากหากิจกรรมสนุก ๆ ทำเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศการท่องเที่ยว นอกเหนือจากการดื่มด่ำกับความงดงามของธรรมชาติ ที่แห่งนี้จะทำให้คุณสนุก ตื่นเต้น หวาดเสียว เพราะมีกิจกรรมกลางแจ้งแนวผจญภัยรูปแบบใหม่ ๆ มาให้บริการมากมาย เหมาะสมกับแต่ละวัย ให้คุณได้เลือกทำกิจกรรมกับครอบครัว ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยที่มั่นใจได้ว่าทุกกิจกรรมถูกออกแบบ ติดตั้ง ดูแล และทดสอบโดยทีมงานที่ผ่านการอบรมและมีประสบการณ์ จึงมั่นใจได้เลยว่าจะได้รับความปลอดภัยสูงสุด เทียบเท่าความสนุกสนานเพลิดเพลินที่ได้รับ เมื่อกิจกรรมสิ้นสุด ค่าบริการเริ่มตั้งแต่ 50-250 บาท มีเครื่องเล่น มากมาย เช่น

  • Rope Challenge ทดสอบ “ผจญภัย 5 ฐานเชือก” ได้แก่ ปีนกำแพงตาข่าย (Net Climbing Wall), ไต่รอกเชือก (Rope Lifting), สะพานทรงตัว (Balance Bridge ), สะพานชิงช้า (Suspension Bridge), สะพานข้ามช่องแคบ (Loft Bridge)
  • High Flying ตื่นเต้นกับ “เหินเวหาข้ามนํ้า” ข้ามทะเลสาบ ระยะทางกว่า 150 เมตร
  • Mountain Speed Luge ท้าความเร็วกับ “เลื่อนภูเขาความเร็วสูง” พาหนะ 4 ล้อ ที่ไม่มีเครื่องยนต์แล่นไหลลงมาตามความลาดชันของไหล่เขา ระยะทางกว่า 800 เมตร
  • และอื่นๆ อีกมากมาย

 

17. เวลา 16.00 น. เวลา The Louis เดอะหลุยส์ผาซ่อนแก้ว

ร้านกาแฟเปิดใหม่ ทำเลที่ตั้งอยู่บริเวณผาซ่อนแก้วไม่ไกลจากวัดผาซ่อนแก้วมากนัก และมีถนนเชื่อมกันเป็นวงกลม หากไปเที่ยววัดผาซ่อนแก้วต้องเลือกเส้นทางผ่านเดอะหลุยส์เขาค้อ

จุดเด่นของร้านนี้ ทั้งร้านมีตุ๊กตาหมีตัวใหญ่กระจายกันอยู่ทั่วทั้งร้าน ประกอบไปด้วยแปลงดอกไม้หลายแปลง ฟาร์มแกะ ยังมีแปลงสตอเบอรี่ให้เดินชมกัน ตัวอาคารสร้างอย่างแข็งแรง แวดล้อมไปด้วยทิวทัศน์วิวสวยมุมมอง 360 องศา ด้านหลังเป็นทิวเขาค้อเขียวขจีหรือเรียกบริเวณนี้ว่า ผาซ่อนแก้ว เส้นทางบนสันเขาสูงมองเห็นทิวทัศน์สวย

 

18. Pino Latte Resort & Café

เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นทั้งคาเฟ่และรีสอร์ทยอดนิยม โดยเฉพาะฤดูฝนและฤดูหนาว ที่นักท่องเที่ยวนิยมขึ้นมาชมวิวทะเลหมอกเป็นจำนวนมาก ห้องพักสวยเท่ ตกแต่งสไตล์ Industrial ที่จำลองรูปแบบการอยู่อาศัยให้อารมณ์เสมือนตู้คอนเทนเนอร์ มีลักษณะเป็นวิลล่า พื้นที่ใต้หลังคาเลือกใช้กระจกใส ทำให้รู้สึกโล่งโปร่งไม่อึดอัด นักท่องเที่ยวมี่มาพักจะได้ชมวิว ทิวทัศน์ภูเขา ชมดาวบนท้องฟ้า ทุกหลังมองเห็นวิวภูเขาสวยงาม รวมถึงมองเห็นวิวพระธาตุผาซ่อนแก้วอย่างชัดเจน

รีสอร์ทบนเขาสูงใกล้เชิงผาซ่อนแก้วที่มีวิวสวยในมุมมอง 360 องศา เป็นจุดขายสำคัญ จากห้องพักสามารถมองเห็นวัดพระธาตุผาซ่อนแก้วได้อย่างชัดเจน บางวันที่มีฝนตกยามเช้าจะมีทะเลหมอกเอ่อล้นขึ้นมาเหมือนฟองนมในกาแฟลาเต้ แถมมีร้านกาแฟดีไซน์เท่ให้คุณได้นั่งจิบกาแฟหอมๆ กับไอศกรีมและเบเกอรี่โฮมเมด เคล้าบรรยากาศสวย ๆ มาเขาค้อต้องห้ามพลาดเด็ดขาด

 

19. เวลา 18.00 น. พักที่ภูเสียดฟ้า รีสอร์ท

บ้านพักเดี่ยว แบบพักเป็นครอบครัวหรือพักเป็นคู่ อยู่เนินเขาสูงมองเห็นทิวทัศน์ บริเวณกว้างมุมมอง 360 องศา มีสนามหน้าบ้านพักบริเวณกว้าง สำหรับสังสรรค์ จอดรถ เรายังมีอาหาร เครื่องดื่ม กาแฟ และสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายไว้รอบริการท่านที่มาเยี่ยมเยียน ทำเลที่ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 7 ตำบลแคมป์สน อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ตั้งอยู่ใกล้กับวัดผาซ่อนแก้วประมาณ 600 เมตร

 

วันที่ 3


20. เวลา 08.00 น. วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว

พุทธสถานที่ตั้งตระหง่านโอบล้อมด้วยขุนเขามากมายได้กลายเป็น “แลนด์มาร์ค” แห่งใหม่ของเขาค้อเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และน่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในเขาค้อที่มีนักท่องเที่ยวทุกกลุ่มมาเที่ยวแล้วประทับใจ

เป็นสถานที่สอนปฏิบัติการเจริญสติปัฏฐาน ๔ ซึ่งเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา ตามคำสอนของพระพุทธเจ้า ที่ทรงชี้ว่าเป็นทางสายเอกที่นำไปสู่ความบริสุทธิ์ของกายและใจ ความดับทุกข์ การเข้าถึงมรรคและพระนิพพาน

เจดีย์พระธาตุผาซ่อนแก้วสิริราชย์ธรรมนฤมิต วัตถุประสงค์การสร้างเจดีย์เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองราชย์ครบ ๖๐ ปี และเป็นที่สืบพระศาสนา ให้ดำรงอยู่คู่แผ่นดินไทย เพื่อประโยชน์แก่มนุษยชาติและคนรุ่นหลังได้มีโอกาสเรียนรู้ต่อไป บนยอดเจดีย์จะบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งได้รับประทานมาจากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก และบริเวณใต้ฐานพระเจดีย์จะใช้เป็นที่เก็บรวบรวมหลักธรรมคำสอน, ภาพปริศนาธรรม และเป็นที่เจริญสติภาวนา สำหรับพุทธศาสนิกชนทั่วไป

 

21. เวลา 11.00 น. เลือกทานขนมจีนแม่บุญมี (อำเภอหล่มเก่า)

หรือ ร้านขนมจีนเจ๊แร่ หรือร้านขนมจีนเจสัน-เจ๊สั้น (ร้านอยู่ติดกันในตัวเมืองอำเภอหล่มสัก)

อิ่มท้องสไตล์เมืองหล่ม ด้วยขนมจีนแป้งหมักอาหารดั้งเดิมของคนหล่มสัก จุดเด่นอยู่ที่เส้นขนมจีนสีธรรมชาติ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนรักษาสุขภาพ กินกับน้ำยากะทิ น้ำยาป่า น้ำพริก และน้ำสมุนไพร พร้อมอาหารไว้กินเล่นเคียงคู่ขนมจีนกว่า 10 รายการ เช่น ลูกชิ้นปูทอด ไข่ต้ม ฯลฯ

 

22. ขนมจีนสารัช (อำเภอหล่มเก่า)

 

 23. ขนมจีนเสวย ขยุ้มเจ๊แร่ (อำเภอหล่มสัก)

 

24. ขนมจีนเจ๊แร่ (อำเภอหล่มสัก)


25. หรือเลือกทานลาบเป็ดหล่มสัก

มีเมนูเป็ดก๊าบๆ ลาบเป็ดเป็นจานเด็ดขึ้นชื่อของร้าน ทำอาหารรสเผ็ดจัดจ้าน เปรียว หวาน มากถึงมากที่สุด รายการทีวีดังครัวคุณต๋อยการันตีถึงความอร่อยอีกด้วย ร้านนี้เปิดมาตั้งแต่ปี 2517 มีสูตรพิเศษวิธีการทำลาบเป็ดไม่เหมือนใคร โดยตั้งกะทะไฟแรงใช้น้ำมันเป็ดในการเจียวกระเทียมจนเหลือง ใส่เครื่องใน ตะใคร้ซอย แล้วนำเนื้อเป็ดไปคลุกเคล้า ใส่เกลือ น้ำมะนาว ผัดเนื้อเป็ดให้เข้าให้กันจนสุกหอม นำออกจากเตามาปรุงรสด้วยพลิกป่น ข้าวคั่วแล้วใช้มือคลุกเคล้าให้เข้ากันใส่ต้นหอม ผักชี ตักใส่จาน โรยหน้าด้วยหอมเจียว และที่พิเศษอีกอย่าง คือ โรยด้วยหนังไก่ทอดกรอบเพิ่มความอร่อย เสิร์ฟขึ้นโต๊ะพร้อมกับผักหายากหลายอย่าง เช่น ลิ้นฟ้า มะแว้ง แตง ถั่วฝักยาว สาระแหน่ โหระพา วางด้วยน้ำแข็งบนผักทำให้ผักกรอบ และพริกเม็ดคั่วสำหรับคนชอบลาบรสเผ็ดถึงใจ นอกจากมีลาบเป็ดแล้วยังมี ต้มยำเป็ด เป็ดพะโล้ เป็ดทอด ใส้กรอกหมู เนื้ออบ ผัดขี้เมา ยำเป็ดพะโล้ ยำปลาดุกฟู ทุกเมนูที่กล่าวมานี้เป็นเมนูที่ขายดีของทางร้าน (คลิกชมรีวิว…)

 

26. เวลา 12.00 น. อนุสาวรีย์พ่อขุนผาเมือง

พระรูปทำด้วยโลหะในอิริยาบถยืน พระหัตถ์ขวาทรงดาบปักลงดินพระหัตถ์ซ้ายชี้ลงพื้น พ่อขุนผาเมือง (เจ้าเมืองราด) ผู้ทรงร่วมสถาปนาราชอาณาจักรสุโขทัยเมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ 1800 ได้ทรงร่วมมือกับพ่อขุนบางกลางหาว เจ้าเมืองบางยางพระสหายนำไพร่พลทำสงครามขจัดอำนาจการปกครองของขอมให้พ้นจากดินแดนสุโขทัย และได้ทรงสถาปนาพ่อขุนบางกลางหาว ขึ้นเป็นกษัตริย์ครองกรุงสุโขทัย ถวายพระนามว่า “ศรีอินทรบดินทราทิตย์” อนุสาวรีย์แห่งนี้เป็นที่สักการะของชาวเพชรบูรณ์และผู้เดินทางผ่านไปมาบนเส้นทางนี้

 

27. เวลา 13.00 น. พุทธอุทยานเพชรบุระ (พระใหญ่)

มีพระพุทธมหาธรรมราชาเฉลิมพระเกียรติฯ ซึ่งเป็นพระพุทธมหาธรรมราชาจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลก พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่ชาวเพชรบูรณ์ ให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมาก เนื้อโลหะหล่อด้วยทองเหลืองบริสุทธิ์ องค์พระหน้าตัก 11.984 เมตร สูง 16.5899 เมตร สูงจากพื้นดิน 35 เมตร หนักกว่า 45 ตัน และที่สุดแห่งมหามงคล คือ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ปลายยอดจุลมงกุฎและเบิกพระเนตรองค์พระพุทธมหาธรรมราชาเฉลิมพระเกียรติ

จากประวัติศาสตร์ตำนานการจัดสร้างและการค้นพบ  พระพุทธมหาธรรมราชาพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นที่นับถือศรัทธาของประชาชนจังหวัดเพชรบูรณ์ และเนื่องในโอกาสเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงเจริญพระชนมายุ ครบ 7 รอบ 84 พรรษาในวันที่ 5 ธันวาคม 2554  นายกองเอก  วิลาศ รุจิวัฒนพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์  จึงมีแนวคิดริเริ่มให้มีการจัดสร้างพระพุทธมหาธรรมราชาเฉลิมพระเกียรติฯ ขนาดหน้าตัก 11.984 เมตร สูง 16.5899 เมตร สูงจากพื้นดิน 35 เมตร หนักกว่า 45 ตัน ประดิษฐานในพุทธอุทยานเพชบุระ อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุ ครบ 7 รอบ 84 พรรษาในวันที่ 5 ธันวาคม 2554 และเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งการสืบทอดพระพุทธศาสนาของประชาชนชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ (คลิกชมรีวิว..)

 

28. เวลา 13.30 น. ไหว้พระวัดมหาธาตุ

วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองเพชรบูรณ์ ปัจจุบันเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ภายในวัดมีเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ อัฐิพระอรหันต์ พระบูชา และพระเครื่องต่างๆ จึงได้ชื่อว่า “วัดมหาธาตุ” กรมศิลปากรได้ขุดพบจารึกทองคำ และศิลปวัตถุอีกนับร้อยชิ้น นับเป็นโบราณสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง วัดมหาธาตุ ยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ คือ หลวงพ่อเพชรมีชัย และ หลวงพ่องาม ทั้งสององค์เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวเพชรบูรณ์ ที่ตั้ง อยู่ในเขตเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ เลขที่ ๒๙ ถ. นิกรบำรุง อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์

ประวัติ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยสุโขทัย ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๒๐ กรมศิลปกรได้ขึ้นทะเบียนโบราณสถานต่างๆ ภายในวัดเมื่อวันที่ ๘ มีนาคม ๒๔๗๘ ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๑๐ ได้บูรณะซ่อมแซมเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ และพบโบราณวัตถุจำนวนมาก จากจารึกบนแผ่นลานทองที่ขุดพบในเจดีย์หลังอุโบสถเก่า มีข้อความว่า พระเจ้าเพชรบูรณ์ เป็นผู้สร้างในปี พ.ศ. ๑๙๒๖

29. เวลา 14.00 น. ไร่กำนันจุล

ไร่สวนเกษตรแบบผสมผสาน บุกเบิกนำเทคโนโลยีเพื่อใช้ในการเกษตร อุตสาหกรรมปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ประสบความสำเร็จมายาวนานถึง 80 ปี ปัจจุบันไร่กำนันจุลเป็นศูนย์รวมของฝากสินค้าทางการเกษตรภายใต้แบรนด์ “ไร่กำนันจุล” มีให้เลือกมากมายกว่า 200 รายการ และผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นรู้จักกันมานานแสนนานของไร่กำนันจุล คือ “ปลาส้ม” นอกจากนี้ยังเปิดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรเรียนรู้วิถีเกษตรพอเพียงตามรอยพ่อ ไม่ว่าจะเป็นชมสวนผลไม้นานาชนิด มัลเบอร์รี่ องุ่น แปลงนาข้าวปลอดสารพิษ และบ่อเลี้ยงปลาขนาดใหญ่บนพื้นที่มากกว่า 10,000 ไร่ และที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ การผลิตเส้นไหม ที่มีกระบวนการผลิตของเส้นไหมเพื่อให้ได้ใยไหมที่มีคุณภาพดี และที่นี่เป็นโรงงานสาวไหมที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ผลิตภัณฑ์เส้นไหมมีชื่อเสียงบนเวทีระดับโลกอีกด้วย.. (คลิกชมรีวิว…)

 

30. เวลา 15.00 น. วัดช้างเผือก (หลวงพ่อทบ)

เยี่ยมชมและสักการะวัดเก่าแก่คู่บ้านของชาวเพชรบูรณ์ ซึ่งมีอายุกว่า 300 ปี โดยสันนิษฐานว่าปลูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา จากหลักฐานที่ขุดพบเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2547 คือ ซากปรักหักพังของโบสถ์เก่าและมีการบูรณะตกแต่งด้วยการสร้างพระพุทธรูปปางประทานพรไว้ตรงกลางอย่างสวยงาม ประดับรูปปั้นช้างเผือกเป็นสัญลักษณ์อยู่บริเวณปากทางเข้าวัด ความวิจิตรตระการตาภายในวัดอาจทำให้คุณทึ่งและตื่นตาไปกับจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพระเวสสันดรชาดก และยังเป็นที่เก็บรักษาสรีระที่ไม่เน่าเปื่อยของพระครูวิชิต พัชราจารย์ หรือ “หลวงพ่อทบ” พระสงฆ์ที่เป็นที่เคารพของชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นพระเกจิอาจารย์ผู้มีพลังจิตแก่กล้าเหนือธรรมชาติ เชื่อกันว่าท่านได้บรรลุธรรมชั้นสูง จนสำเร็จเป็นพระอรหันต์

 

เวลา 21.00 น. กลับถึง กทม.

 

เส้นทางการท่องเที่ยวนี้  มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย  ควรคำนวณเวลาและเลือกเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในเส้นทางที่ผ่าน ปรับเปลี่ยนเวลาตามความต้องการ และที่สำคัญควรศึกษาเส้นทางในแผนที่ GoogleMaps ที่จัดทำไว้ให้ประกอบการเดินทาง ขอให้มีความสุข เก็บความประทับใจ เมื่อมาเที่ยวเพชรบูรณ์

 

ศึกษาเส้นทางท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหารอร่อย ได้ที่  http://www.tourphetchabun.com