ทุ่งแสลงหลวง ทุ่งหญ้าสะวันนาแห่งเมืองไทย

ทุ่งแสลงหลวง หรือที่รู้จักกันดีในนาม ทุ่งหญ้าสะวันนาแห่งเมืองไทย เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีขนาดใหญ่ เป็นอันดับ 3 ของประเทศ มีเนื้อที่ประมาณ 789,000 ไร่หรือ 1,262.40 ตารางกิโลเมตร ทุ่งแสลงหลวงมีพื้นที่ ครอบคลุม อ.วังทอง อ.นครไทย อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก และใน อ.เขาค้อ อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ สำหรับชื่อ ของอุทยานแห่งชาติมีการสันนิษฐานว่ามีการ ตั้งชื่อตามพันธุ์ไม้ชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในพื้นที่ป่าแห่งนี้ คือ ต้นแสลงใจ ซึ่งมีขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก ประกอบกับมีสภาพภูมิประเทศเป็นเนิน มีป่าหลายชนิด และสัตว์ป่าชุกชุม เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2502 ป่าทุ่งแสลงหลวงและพื้นที่ป่าอื่นๆในจังหวัดต่างๆ ได้รับการก่อตั้ง ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ ซึ่งอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง มีสภาพธรรมชาติ และลักษณะทางธรรมชาติที่สวยงามหลายแห่ง อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์ไม้สัตว์ป่านานาชนิดซึ่งเป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การไปท่องเที่ยว

พื้นที่อุทยานนั้นจะแบ่งเป็นสองส่วนใหญ่ๆ ส่วนแรกคืออุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงฝั่งพิษณุโลก (เข้าออกทางฝั่งพิษณุโลก ที่ทำการอยู่ติดถนนหลวงหมายเลข 12) และส่วนที่สองอุทยานทุ่งสแลงหลวงฝั่งเพชรบูรณ์ (เดินทางเข้าออกทางเพชรบูรณ์) ซึ่งทางเข้าออกจะไม่เชื่อมต่อกัน ต้องเลือกไปสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง แต่สถานที่ท่องเที่ยวหลักๆจะอยู่ที่ ฝั่งเพชรบูรณ์ สภาพอากาศโดยเฉลี่ยประมาณ 28 องศา ในฤดูหนาวอาจต่ำได้ถึง 10 องศา ช่วงเวลาที่เหมาะสมเหมาะแก่การไปท่องเที่ยว คือ ช่วงฤดูฝน และฤดูหนาว ซึ่งจะให้สีสันของทุ่งหญ้าแตกต่างกันแล้วแต่ฤดูกาล

สถานที่น่าสนใจในเขตอุทยานฯ ได้แก่

สะพานแขวน อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 3 กิโลเมตร บริเวณสองข้างทางจะตัดผ่านป่าตลอดเส้นทาง มีความร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อน (อยู่ฝั่งพิษณุโลก)

แก่งวังน้ำเย็น ห่าง จากที่ทำการอุทยานฯ หนองแม่นาประมาณ 7 กิโลเมตร อยู่ระหว่างเส้นทางเดียวกับทุ่งโนนสน ระหว่างเส้นทางเดินสภาพป่าจะค่อย ๆ เปลี่ยนไปจากทุ่งหญ้าสู่ป่าเต็งรังสลับด้วยป่าสนและป่าเบญจพรรณ ส่วนบริเวณป่าดิบชื้นริมลำธารน้ำตกจะมีความหลากหลายของพืชพรรณไม้ใหญ่ที่ พื้นป่าก็มีพรรณไม้แปลกตาขึ้นอยู่มากมาย เช่น เฟิร์น และบอนต่าง ๆ

ทุ่งแสลงหลวง อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ หนองแม่นาประมาณ 25 กิโลเมตร เป็นทุ่งหญ้าแบบสะวันนา มีพื้นที่เป็นที่โล่งกว้างใหญ่ เนื้อที่ประมาณ 16 ตารางกิโลเมตร ตามเส้นทางจะตัดผ่านป่าเบญจพรรณจะพบสัตว์ป่าออกมาหากินตามข้างทาง และมีพันธุ์ไม้ดอกมากมาย นอกจากนี้ยังมีทุ่งหญ้าแบบสะวันนาสลับกับป่าสนสองใบ คือทุ่งหญ้าเมืองเลนและทุ่งโนนสน

ทุ่งนางพญา อยู่ทางทิศใต้ของที่ทำการอุทยานฯ หนองแม่นา ประมาณ 15 กิโลเมตร เป็นทุ่งหญ้าแบบสะวันนา ล้อมรอบด้วยป่าสนเขาและป่าดิบเขา ตามกิ่งสนจะพบไม้ป่าที่หาชมได้ยาก คือ เอื้องชะนีและเอื้องคำปากไก่

ทุ่งโนนสน เป็นทุ่งหญ้าแบบสะวันนา สลับกับป่าสนเขา ตั้งอยู่ใจกลางอุทยานฯ บนยอดเขาโคกสน มีลักษณะคล้ายทุ่งแสลงหลวงและทุ่งนางพญา ในช่วงปลายฝนต้นหนาวจะมีดอกไม้หลายชนิดผลัดใบ เช่น ดอกดุสิตา เอื้องม้าวิ่ง กระดุมเงิน ยี่โถปีนัง หม้อข้าวหม้อแกงลิง ทุ่งนี้เหมาะแก่การเดินป่าซึ่งห่างจากที่ทำการอุทยานฯ หนองแม่นาประมาณ 31 กิโลเมตร โดยจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปได้ในเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนของทุกปี และมีเต็นท์ให้เช่าสำหรับนักท่องเที่ยว พักได้ 3-5 คน ราคา 400-500 บาท ในกรณีที่นำเต็นท์มาเองเสียค่าพื้นที่กางเต็นท์คนละ 30 บาท/คืน

นอกจากนั้นทางอุทยานฯ ได้จัด เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติทุ่งนา ผกค. ห่าง จากที่ทำการอุทยานฯ หนองแม่นาประมาณ 4 กิโลเมตร เมื่อเริ่มเดินเข้าสู่เส้นทางจะพบทุ่งนาประมาณ 30-40 ไร่ ที่ทางอุทยานฯ จำลองมาจากแปลงนาเดิมของ ผกค. โดยอาศัยน้ำจากลำธารเล็ก ๆ ที่ไหลจากที่ราบสูงของภูเขาเป็นลำธารที่ ผกค. ได้สร้างขึ้นในอดีต บริเวณทุ่งนาจะมีดอกกระเจียวหลากสีบานทั่วท้องทุ่ง จากนั้นสามารถเดินทางศึกษาธรรมชาติได้ในวงรอบประมาณ 4 กิโลเมตร

จุดชมวิวทุ่งแสลงหลวง จุดนี้รับชมได้ที่หน้าที่ทำการอุทยาน สามารถมาถ่ายรูปได้ที่นี่

ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง สามารถ สอบถามข้อมูล ติดต่อห้องพัก หรือเช่าเตนท์ ได้ที่นี่ครับ

ชมพระอาทิตย์ขึ้นและชมทะเลหมอกยามเช้าในฤดูหนาว ที่ศาลาดุสิตา

ศาลาดุสิตาอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยาน ประมาณ 5 กม. เส้นทางในการเดินทางเป็นถนนดินแดง ไม่ค่อยสะดวก ในฤดูฝนเส้นทางจะไปได้ยาก ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที หากต้องการรับชมทะเลหมอกยามเช้าควรเผื่อเวลาในการเดินทางไว้ด้วยจะดีมาก หากรับชมพระอาทิตย์ขึ้นเสร็จแล้วอยากขับรถชมทุ่งและไปที่ ทุ่งนางพญา ควรขับรถเข้าไปตั้งแต่ช่วงเช้าๆอากาศจะเย็นสบายไม่ร้อน

จากศาลาดุสิตา ชมทะเลหมอกยามเช้าคู่กับแสงอาทิตย์ ดูงดงามตรึงตาเป็นอย่างมาก วันที่บันทึกภาพอุณหภูมิอยู่ที่ 13 องศา เย็นใช้ได้ทีเดียว

พระอาทิตย์ขึ้นที่ศาลาดุสิตา บรรยากาศทุ่งหญ้าที่ไม่เหมือนที่ใดในประเทศไทย
เส้นทางจากที่ทำการอุทยานไปศาลาดุสิตา เป็นดินแดง จากภาพจะเห็นทุ่งหญ้าเต็มสองข้างทาง 

ชมทุ่งนางพญา

ทุ่งนางพญา อยู่ทางทิศใต้ของที่ทำการอุทยานฯ หนองแม่นา ประมาณ 15 กิโลเมตร เป็นทุ่งหญ้าแบบสะวันนา ล้อมรอบด้วยป่าสนเขาและป่าดิบเขา ตามกิ่งสนจะพบไม้ป่าที่หาชมได้ยาก คือ เอื้องชะนีและเอื้องคำปากไก่ และบางช่วงของการเดินทางอาจพบสัตว์ป่าต่างๆที่ออกมาหากินได้ เช่น กวาง กระต่าย พังพอน กระรอก เป็นต้น

กิจกรรมเสริมที่แนะนำสำหรับชมทุ่งนางพญา

  • ปั่นจักรยานเสือภูเขาชมทุ่ง ด้วยเส้นทางที่มีความยาวถึง 15 กิโลเมตร ผ่านเส้นทางทุ่งหญ้าที่สวยงาม การปั่นจักยานก็เป็นทางเลือกที่ดีมาก ระยะทางไปกลับ ประมาณ 30 กิโลเมตร  ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือช่วงฤดูหนาว แต่เส้นทางที่แนะนำนี้ เหมาะสำหรับนักปั่นที่มีประสบการณ์ในการปั่นจักรยานเสือภูเขาดีในระดับหนึ่ง เพราะเส้นทางบางช่วงค่อนข้างชัน มีไต่ระดับเป็นบางช่วง
  • บุกป่า ฝ่าดงโคลน ไปชมทุ่งนางพญา ด้วยรถออฟโรด ในฤดูฝนเส้นทางไปทุ่งนางพญา รถธรรมดาไม่สามารถขับเขาไปได้ เนื่องจากเส้นทางจะเต็มไปด้วยโคลน และหลุมลึก รถที่เหมาะจะเข้าไปได้ คือรถขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้น หากท่านใดชอบการท่องเที่ยวแนวนี้ก็สามารถมาได้ในช่วงฤดูฝน และจะได้ชมบรรยากาศทุ่งแสลงหลวง ที่เป็นสีเขียวสดชื่นไปทั่วบริเวณ

พาหนะที่ใช้เดินทางถ้าเป็นรถกระบะยกสูงขึ้นไปจะดีที่สุด ถึงเส้นทางจะแห้งยังไง แต่ก็ยังเป็นหลุมบ่ออยู่ดี บางจุดลึกพอสมควร 

เส้นทางไปทุ่งนางฑญาช่วงแรกๆจะเป็นป่าทึบและมีต้นสนขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น

ในระหว่างทางหากสังเกตุดีๆจะพบ สัตว์ป่าที่ออกมาหากินตามริมถนน หรือถ้าดวงดีจะพบอยู่กลางถนนเลยครับ ที่นี่มีกวางค่อนข้างเยอะ ในบางครั้งจะไปเดิน เล็มหญ้าถึงหน้าที่พักในอุทยานกันเลย

เมื่อขับรถมาได้สักระยะหนึ่ง ป่าที่ทึบจะเบาบางลง และสลับมาเป็นทุ่งหญ้าแทน ใกล้จะเห็นวิว ทุงหญ้าเต็มทีแล้วครับ

จุดชิมวิวที่สอง ศาลาสรัสจันทร จุดนี้จะเป็นจุดชมทุ่งที่สวยที่สุดจุดนึงเลยครับ เห็นทุ่งหญ้ากว้างไกลสุดสายตา

บรยากาศทุ่งหญ้า สะวันน่า แห่งเมืองไทย ยามสายๆอากาศไม่ร้อน เงียบสงบ ผ่อนคลายเป็นที่สุด 

สามารถถ่ายภาพเป็นที่ละลึกกันได้ที่ ศาลาสรัสจันทร  โดยมีฉากหลังเป็นทุ่งหญ้าที่สวยงาม  และจะสังเกตุเห็นว่าในช่วงเวลาต่างๆของปี  สีของทุ่งหญ้าจะไม่เหมือนกันเลย ภาพนี้ถ่ายกับเพื่อนๆร่วมทริป ในช่วงต้นฤดูหนาวครับ ทุ่งหญ้าเริ่มจะเป็นสีเหลือง แต่ยังไม่เป็นทั้งหมด ให้อารมณ์ไปอีกแบบ

เส้นทางต่อจากจุดชมวิวที่สอง  จะพบวิวแบบนี้ไปตลอดเส้นทางครับ ทุ่งหญ้าและป่าสน แวะถ่ายภาพกันได้ตลอด สวยทุกมุมมองครับ 

และก็มาถึงจนได้ครับ ขับรถกันมาไกลกว่า 15 กิโลเมตร ระยะเวลากว่า 1 ชม ก็ถึงทุ่งนางพญา มาชมบรรยากาศกันเลยครับ

ทุ่งนางพญ้าเป็นลานป่าสนโล่งและกว้าง ต้นสนที่สูงขึ้นเรียงรายกันอย่างหนาแน่น 

 กว่าจะเข้ามาถึงไม่ใช่ง่ายๆมาถ่ายภาพไว้เป็นที่ละลึกกันครับ

ทุ่งโนนสน

เป็นทุ่งหญ้าแบบสะวันนา สลับกับป่าสนเขา ตั้งอยู่ใจกลางอุทยานฯ บนยอดเขาโคกสน มีลักษณะคล้ายทุ่งแสลงหลวงและทุ่งนางพญา ในช่วงปลายฝนต้นหนาวจะมีดอกไม้หลายชนิดผลัดใบ เช่น ดอกดุสิตา เอื้องม้าวิ่ง กระดุมเงิน ยี่โถปีนัง หม้อข้าวหม้อแกงลิง ทุ่งนี้เหมาะแก่การเดินป่าซึ่งห่างจากที่ทำการอุทยานฯ หนองแม่นาประมาณ 31 กิโลเมตร โดยจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปได้ในเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนของทุกปี และมีเต็นท์ให้เช่าสำหรับนักท่องเที่ยว พักได้ 3-5 คน ราคา 400-500 บาท ในกรณีที่นำเต็นท์มาเองเสียค่าพื้นที่กางเต็นท์คนละ 30 บาท/คืน

 

เส้นทางที่ใช้เดินทางต่อไปยังทุ่งโนนสน ไกลเอาเรื่องทีเดียวไปกลับ 60 กว่ากิโลเมตรครับ

สถานที่พัก บริเวณอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง หน่วยหนองแม่นา

มีบ้านพัก จำนวน 5 หลัง ราคา 2,000-2,400 บาท เต็นท์เช่า พักได้ 3-5 คน ราคา 250-400 บาท ในกรณีที่นำเต็นท์มาเอง เสียค่าพื้นที่กางเต็นท์ ราคา 30บาท/คน/คืน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ตู้ ปณ. 64 อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก 65120 โทร. 0 5526 8019 หรือสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เขตบางเขน กรุงเทพฯ โทร. 0 2562 0760 วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 8.30–18.00 น., วันเสาร์ เวลา 9.00–15.30 น.

ที่พักหลังนี้ค่อนข้างใหญ่ นอนกันได้เิน 10 คนครับ

ที่พักสะอาด ดูเป็นระเบียบ เป็นห้องพัดลม  แต่สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆครบครัน เช่น ตู้เย็น กาน้ำร้อน และเครื่องครัว ด้านภายในอากาศไม่ร้อนครับ 

บรรยากาศในห้องโถงกลางของที่พัก สามารถมาทำอาหารทานได้ที่บริเวณนี้ได้ และด้านหลังยังเป็นระเบียงกว้างสามารถชมวิวทุ่งหญ้าได้อีกด้วย

สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆที่น่าสนใจ ในอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง (ฝั่งพิษณุโลก)

  • น้ำตกแก่งโสภา
  • สะพานสลิง
  • ล่องแก่งและชมความงามลำน้ำเข๊ก

น้ำตกแก่งโสภา อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง อ.นครไทย จ.พิษณุโลก อยู่ในส่วนอุทยาน ฝั่งพิษณุโลกติดถนนหลวงหมายเลข 12 

สะพานสลิงข้ามลำน้ำเข๊ก

แก่งลำน้ำเข๊ก บริเวณใกล้ๆมีจุดกางเตนท์ ไว้ให้บริการนักท่องเที่ยวที่อยากมากางเต็นท์ริ่มแก่งลำน้ำเข๊ก ด้วย

แผนที่และการเดินทาง

  • จุดที่หนึ่งฝั่งพิษณุโลก จากจังหวัดพิษณุโลกใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 12 เส้นพิษณุโลก-หล่มสัก ผ่านอำเภอวังทอง เลยแยกบ้านแยง อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ถึงกิโลเมตรที่ 70 อุทยานจะอยู่ด้านขวามือ ติดลำน้ำเข๊กรวมระยะทางประมาณ 70กิโลเมตร
  • จุดที่สอง ฝั่งเพชรบูรณ์ จากจังหวัดพิษณุโลกใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 12 เส้นพิษณุโลก-หล่มสัก ประมาณ 100 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าสู่เขาค้อผ่านหน้าอำเภอเขาค้อ ถึงสี่แยกบ้านสะเดาะพงแล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2258 ผ่านพระตำหนักเขาค้อตรงไปบ้านทางตะวัน เลี้ยวขวาไปอีกประมาณ 4 กิโลเมตร จะถึงหน่วยจัดการอุทยานฯ ทุ่งแสลงหลวง ที่ 1 (หนองแม่นา)

ค่าพิกัดสถานที่

  • อุทยานฯ ทุ่งแสลงหลวง ฝั่งพิษณุโลก 16.8460768,100.8801441
  • อุทยานฯ ทุ่งแสลงหลวง ฝั่งเพชรบูรณ์ (หนองแม่นา) 16.5645219,100.8970912
  • ทางแยก รื่นฤดี ใช้เป็นทางแยกเลี้ยวขวาจากเขาค้อมุ่งสู่ ทุ่งแสลงหลวง (หนองแม่นา) 16.5714708,100.9889708
  • น้ำตกแก่งโสภา 16.8783855,100.8222315
  • สามแยกแคมป์สน (แยกไปเขาค้อ) 16.7690654,101.0256151