เล็กแต่ยิ่งใหญ่ The Masterpiece of Khmer Sanctuary.

เล็กแต่ยิ่งใหญ่

The Masterpiece of Khmer Sanctuary

ปราสาทเมืองต่ำ จ.บุรีรัมย์

“เมืองปราสาทหิน ถิ่นภูเขาไฟ ผ้าไหมสวย รวยวัฒนธรรม” คือคำขวัญประจำจังหวัดบุรีรัมย์ มากันดูสิว่า ทำไมบุรีรัมย์ถึงได้ชื่อว่าเมืองปราสาทหิน ซึ่งน่าจะต้องมีปราสาทหินจำนวนมากในจังหวัดนี้

 367 แห่ง คือข้อมูลจากวิกีพีเดีย (คลิกที่ภาพเพื่อดูข้อมูล) ที่แสดงถึงจำนวนปราสาทหินของจังหวัดบุรีรัมย์ ทั้งที่ขึ้นทะเบียนและยังไม่ขึ้นทะเบียนกับกรมศิลปากร (มีการสำรวจตั้งแต่ พ.ศ. 2478) แบ่งเป็นที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของจังหวัดบุรีรัมย์ตอนเหนือ(216)และตอนใต้ (151) จะเห็นว่าเป็นมีจำนวนมาก สมดังชื่อเมืองปราสาทหินจริงแท้แน่นอน

ทำไมถึงได้มีปราสาทจำนวนมากในเขตพื้นที่แถบนี้ ทั้งนี้เนื่องเพราะตั้งแต่ดั้งเดิมนั้นเขตอารยะธรรมขอมหรือเขมรโบราณได้มีอิทธิพลอยู่ในแถบนี้ตามตำนานขอมโบราณ พราหมณ์เชื้อสายอินเดียชื่อ “โกณฑัญญะ” ซึ่งได้มาแต่งงานกับนางพญาขอม ได้จัดการปกครองอาณาจักรขอมให้เจริญรุ่งเรืองอาณาจักรขอมโบราณยุคแรก (ราวพุทธศตวรรษที่ 6/7 – 11) มีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองปราสาทภู แขวงเมืองจัมปาศักดิ์ ศูนย์กลางอยู่ที่เมืองอินทรปุระ (กัมปงจาม) ดินแดนกินพื้นที่บริเวณปากแม่น้ำโขง กัมพูชา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกของไทยปัจจุบัน รวมทั้งลุ่มน้ำเจ้าพระยา อาณาจักรขอมโบราณรับวัฒนธรรมมาจากอินเดีย ปกครองแบบเทวราช ระบบจตุสดมภ์ นับถือศาสนาพราหมณ์ มีการสร้างเทวรูปและประสาทหิน ที่สำคัญคือนครวัด–นครธม รวมทั้งประสาทอื่นๆในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยจำนวนมาก จึงทำให้พื้นที่ของจังหวัดบุรีรัมย์มีปราสาทหินจำนวนมาก ซึ่งที่โดดเด่นเป็นที่รู้จักกันดีก็คือ ปราสาทหินเขาพนมรุ้งและปราสาทเมืองต่ำ นั่นเอง

ปราสาท (Sanctuary) ไม่ใช่ปราสาทราชวัง (Palace) อันเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ หากแต่เป็นปราสาทที่สร้างเพื่อวัตถุประสงค์สองอย่างคือเพื่อเป็นที่เก็บหรือฝังพระศพของกษัตริย์และเพื่อเป็นศาสนสถานหรือเทวสถาน เป็นการจำลองที่ประทับของเทพเจ้าในศาสนาฮินดู อันมีพระศิวะผู้เป็นเทพสูงสุด ว่ากันว่าที่ประทับของพระศิวะคือเขาไกรลาสหรือเขาพระสุเมรุ อันมีทะเลสาบชื่อสีทันดรล้อมรอบอยู่ด้วย ดังนั้นจะเห็นว่าการสร้างปราสาทหินหลายๆแห่งมักจะมีแหล่งน้ำที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อจำลองลักษณะที่อยู่ของเทพเจ้าให้ถูกต้องมากที่สุดตามคติความเชื่อของศาสนาฮินดู วันนี้จะพาไปดรู้จักปราสาทเมืองต่ำ ปราสาทขนาดเล็ก แต่ว่ายิ่งใหญ่ด้วยสถาปัตยกรรมชั้นเลิศ

 บาราย แหล่งน้ำขนาดใหญ่ใกล้ปราสาทเมืองต่ำ บุรีรัมย์

ปราสาทเมืองต่ำ เป็นเทวสถานของเขมรโบราณ ตั้งอยู่ที่อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นศิลปะแบบพระนคร(คลัง)และแบบบาปวน สร้างในช่วงปลายพุทธวรรษที่ 16 ถึง พุทธศตวรรษที่ 17 ตอนต้น เป็นศาสนสถานที่ของศาสนาฮินดู สร้างขึ้นเพื่อถวายพระศิวะ มีลักษณะเป็นศาสนสถานประจำเมืองหรือประจำชุมชน ปราสาทเมืองต่ำนับว่าเป็นปราสาทที่สวยงามมากมีองค์ประกอบครบถ้วนทั้งประตูทางเข้า/กำแพงชั้นนอ(Archway/outer wall) สระน้ำทั้ง 4 มุมและระเบียงคต(4 pons and Gallary) กลุ่มปราสาททั้งห้าหลัง(The Group of Towers) ที่สร้างให้ตั้งอยู่เยื้องกันทำให้มองเห็นครบหมดทุกหลัง

การบูรณะปราสาทจนได้สภาพปัจจุบันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ใช้เวลาขุดหาหินแต่ละก้อนทำเครื่องหมายแล้วนำมาประกอบเรียงตามความเป็นจริง เรียกว่าการบูรณะแบบอนัสติโลซิส (Anastylosis) เหมือนการต่อจิ๊กซอล เป็นงานที่ต้องใช้ความอดทนเป็นเลิศ โดยเริ่มบูรณะตั้งแต่ปี 2530 แล้วเสร็จในปี 2539 ใช้เวลาถึง 9 ปี

โคปุระ (ทางเข้า-กำแพงชั้นนอก)

ปราสาทเมืองต่ำไม่พบหลักฐานว่าผู้ใดเป็นผู้สร้าง เพียงแต่พบว่ามีศิลปะการสร้างสองสมัยคือศิลปะร่วมแบบประตูพระราชวังหลวง (ครึ่งหลังพุทธศตวรรษ ที่16) และศิลปะร่วมแบบบาปวน (ครึ่งแรกพุทธศตวรรษที่ 17) อายุน่าจะประมาณเกือบ 1,000 ปีแล้ว โครงสร้างในส่วนฐานและกำแพงจะทำด้วยศิลาแลง เพราะมีความแข็งแรง ส่วนของโคปุระ(ทางเข้าปราสาท)ทำด้วยหินทราย เพราะสามารถแกะสลักรูปต่างๆได้ง่าย

ศาสนาฮินดู เป็นศาสนาทีมีการแบ่งชั้นวรรณะ คือ พราหมณ์ กษัตริย์ แพศย์ และศูทร เล่ากันว่าผู้ที่จะสามารถเข้าไปยังเทวสถานได้จะมีเพียง 3 วรรณะแรกเท่านั้น ดังนั้นที่ปราสาทเมืองต่ำประตูทางเข้าชั้นนอกจะสร้างแยกเป็นสามทางเข้าอย่างชัดเจน

โคปุระชั้นใน (มองจากโคปุระชั้นนอก)

ภาพแกะสลักบนทับหลังประตูทางเข้าศิลปะร่วมแบบบาปวน แกะเป็นรูปหน้ากาลคายท่อนพวงมาลัย เหนือหน้ากาลมีเทวดาประจำทิศประทับนั่งอยู่ในซุ้ม จากลักษณะการแกะสลักแบบต่างๆนี้เองจะเป็นการจำแนกยุคสมัยหรืออายุของปราสาทหินต่างๆ ได้ด้วย

เมื่อผ่านโคปุระชั้นนอกเข้าไปจะพบสระน้ำ ทั้งสองด้านซ้าย-ขวา

สระน้ำนี้เป็นการสร้างจำลองมหาสมุทรสีทันดรที่ล้อมรอบเขาไกรลาสอันเป็นที่พำนักของพระศิวะ เทพเจ้าสูงสุดของศาสนาฮินดู ซึ่งจะมีการสร้างทั้งหมด 4 สระ ล้อมรอบกลุ่มปราสาททั้งห้า ตรงมุมของสระน้ำจะก่อสร้างเป็นรูปศีรษะนาคราช ศิลปะร่วมแบบบาปวน ซึ่งจะต่างจากนาคในยุคอื่นตรงที่ไม่มีรัศมีแผ่รอบหัว( เรียกกันว่านาคหัวโล้น ) โดยลำตัวนาคจะอยู่บนขอบสระ ตรงหางทั้งสองจะทำเป็นประตูทางลงสระ พื้นทางเดิน, ขอบสระและพื้นสระน้ำปูด้วยศิลาแลงทั้งหมด

กลุ่มปราสาททั้งห้า  ตั้งอยู่บนฐานไพรีเดียวกันทำด้วยศิลาแลง ส่วนตัวประสาทก่อด้วยอิฐแดง มีประตูทางเข้าที่เข้าได้เพียงด้านเดียว ส่วนด้านอื่นๆทำเป็นประตูหลอกเอาไว้ มีส่วนของหน้าบันและทับหลังที่พบครบถ้วนทุกปราสาท ในปราสาทประธานยังได้ขุดพบศิวะลึงค์อันเป็นรูปเคารพของศาสนาฮินดูอีกด้วย ด้านนอกตัวปราสาททั้งห้าพบร่องรอยการฉาบประดับด้วยปูนปั้นโดยรอบ ซึ่งหากยังอยู่น่าจะเป็นศิลปะที่สวยงามอย่างมากที่เดียว (ให้จินตนาการถึงวัดร่องขุนในปัจจุบัน ในภาพจะเห็นตัวปราสาทเพียงสี่หลัง เนื่องจากปราสาทประธานตรงกลางได้พังลงมาหมดแล้ว)

ในศาสนสถานของอารยะธรรมขอมจะมีการสร้างอาคารบรรณาลัย ไว้ด้านหน้าประสาททุกแห่ง เชื่อกันว่าเป็นที่สำหรับเก็บตำราหรือคัมภีร์คำสอนของศาสนา บรรณาลัยของปราสาทเมืองต่ำเหลือให้ปรากฏเห็นดังภาพ เนื่องจากวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างเป็นอิฐแดง จึงไม่สามารถอยู่คงทนตามกาลเวลาที่ยาวนานเกือบพันปีได้ดีนัก

ส่วนบนสุดของปราสาทเรียกว่า กศล (ออกเสียง กะ-สะ-ละ) ซึ่งจะมีตรีศูลหรือปัญจศูลปักเอาไว้ด้านบน

ปราสาทเมืองต่ำ นับเป็นปราสาทขนาดเล็ก เนื้อที่เกือบเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส (กว้าง 114.5  เมตร x ยาว 140 เมตร) แต่การออกแบบก่อสร้างที่ลงตัว, แนวกำแพง 2 ชั้น โดยรอบ (เปรียบเสมือนภูเขาที่ล้อมรอบเขาไกรลาสตามตำนานว่ามีถึง 7 ลูก), แนวประตูที่ตรงกันทั้งสี่ด้าน,  สระน้ำที่เปรียบดังมหาสมุทรสีทันดรที่ล้อมรอบเขาพระสุเมรุที่ประทับของเทพเจ้า(ปราสาทประธานและปราสาทบริวารทั้งสี่) นับเป็นผลงานการก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ สามารถถ่ายทอดคติความเชื่อทางศาสนาให้แก่ผู้ที่นับถือศาสนาฮินดูได้สมบูรณ์แบบครบถ้วน ปราสาทเมืองต่ำขณะที่เป็นเทวสถานน่าจะเป็นอีกแห่งหนึ่งที่มีความศักดิ์สิทธิ์ น่าเกรงขาม น่าเลื่อมใส และนับได้ว่าผลงานชั้นยอดของช่างเขมรโบราณ (The Masterpiece of Khmer Sanctuary) ของปราสาทหินทั้งหมดในจังหวัดบุรีรัมย์เลยทีเดียว

ผลงานที่โดดเด่นเป็นของปราสาทเมืองต่ำก็คือ แผนผังของการสร้างปราสาทแห่งนี้

ขอบคุณภาพมุมสูงจาก http://aworldconnect.com/index.php/checkin/163-burirum-surin-3