รีวิว วัดพระธาตุหริภุญชัย หัวใจของเมืองลำพูน ที่เก่าแก่ที่สุดในล้านนา

มาพบกันอีกแล้ว คร๊าบบบ วันนี้ มินโน้ต จะพาทุกๆ ท่านมาแอ่ว สถานที่ ที่สำคัญเป็นอันดับต้นๆ ของเมืองลำพูน เลยครับ นั่นก็คือ “วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร”   เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร  เป็นวัด 1ใน2 วัด ที่เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก (อีกหนึ่งวัดคือวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร)

พระธาตุหริภุญไชย สร้างขึ้นโดยพระเจ้าอาทิตยราช ในช่วงปี พ.ศ. 1651(ขณะรีวีว พ.ศ.2560 ผ่านมาแล้ว 909ปี )เอ้ยยย เจ๋งอ่ะ .. จังหวัดเล็กๆ ที่ชื่อว่า ลำพูน มีวัดที่มีความสำคัญ ระดับประเทศ

วัดพระธาตุหริภุญชัย มีคน รีวิว มากมาย  ตอนแรกมินโน้ต คิดว่าจะไม่รีวิว  แต่สุดท้าย ก็ทำไม่ได้ เพราะ ลำพูน ไม่สามารถขาดสถานที่สำคัญแห่งนี้ไปได้

การเดินทางมา วัดพระธาตุหริภุญชัย  แค่เดินทางมายังใจกลางเมืองลำพูน รับรองไม่หลงแน่นอน หุหุหุหุหุหุ

เอาละ มาเริ่มกันเลย ละกันครัช ผม มีเรื่องเล่าให้ฟังอีกเพียบครับ

ทางเข้าหน้าวัด  อยู่ติดน้ำกวง การเดินทางหากมาจากถนนซุปเปอร์ ลำปาง-เชียงใหม่ ให้เลี้ยวเข้าเมืองลำพูนที่แยกดอยติ ตรงมาเรื่อยๆ จนถึงแยกไฟแดง ที่มีสะพานข้ามน้ำ(กวง) เลี้ยวฝา เอ้ยย ขวา  ตรงมาอีก 400 เมตร ถึงเลย

ปล. หากมาวันศุกร์ บริเวณหน้าวัดมีถนนคนเดินด้วยนะตัวเอง  (มีรีวิว ถนนคนเดินด้วย)

เลี้ยวเข้าหน้าวัด มีลานจอดรถกว้างขวางได้ทั้ง รถเครื่อง รถยนต์

พร้อมที่จะเข้าวัดกันยัง …. แต่เดี๋ยวก่อนๆๆๆ บริเวณลานจอดรถด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ  มีพระอุโบสถ(ที่บวชพระ) ประดิษฐานพระทองทิพย์  อีกหนึ่งพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงามมากๆๆๆๆ  ซึ่งหลายๆ ท่านมองข้ามไป

องค์บนสุด คือ พระทองทิพย์ สวยงามเหลือเกิน
พระทองทิพย์ ได้ใช้เศษทองที่เหลือจากการสร้างองค์พระธาตุ นำมาหล่อ  จึงมีชื่อเรียกว่า พระทองทิพย์

หลังจากชมความงาม และกราบไหว้พระ เสร็จ เราก็เดินเข้าสู่ วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร (ตึ่งๆๆๆๆๆๆ  เพลงบรรเลง ให้ดูยิ่งใหญ่)   ใครมาต้องผ่านประตู อีกสัญลักษณ์ของวัดพระธาตุหริภุญชัย นั่นคือ “ซุ้มประตูโขงท่าสิงห์”   ยิ่งใหญ่จริงๆ ครับ  สิงห์สองตัว ผู้ปกปักษ์รักษาวัดแห่งนี้ มาหลายร้อยปี ดูแล้ว ทรงคุณค่าจริงๆ

เดินเข้าไปเลย คร๊าบบบบ (บูรณะเมื่อ พ.ศ.2499  มินโน้ตยังเป็นอากาศอยู่เลย หุหหุ)

เข้าประตู ตรงไป ก็เจอวิหารหลวง ทันที สวยงามจริงๆ ครับ

ศรัทธามากมาย จากทุกสารทิศ ที่มีจุดหมายเดียวกัน คือมากราบไหว้สิ่งที่เคารพนับถือ เพื่อดำรงวัฒนธรรม ของคนไทย ให้สืบไปชั่วลูกหลาน  วัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาหลายพันปี

ไม่น่าเชื่อ จากอากาศที่ร้อน … พอเข้ามาให้ วิหารหลวง กลับสงบ เย็น

วิหารหลวงนี้ เคยพังจากพายุเมื่อ พ.ศ. 2458 และสร้างขึ้นมาใหม่ทดแทนวิหารหลังเก่าเสร็จในปี 2466

ซากปรักหักพังของวิหารหลวงหลังเดิมที่พังลงจากแรงพายุ ในปี พ.ศ. 2458

ภาพเก่า วิหารหลวงหลังเดิม ถ่ายเมื่อปี พ.ศ.2445 (ขอขอบคุณภาพในอดีตทั้ง 3ภาพจาก Schanan)

และนี้คือ ภาพวิหารหลวง ณ ปัจจุปัน

ภาพพระประธาน ในวิหารหลวง เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองลำพูนมาช้านาน มีขนาดใหญ่ ปางมารวิชัย  ดูแล้วสวยงาม สงบ เหลือเกิน

เอาละครับ .. เราออกเดิน ยืดเส้นยืดสายกันสักหน่อย แล้วเราก็ เดินทางทางทิศใต้ของ วิหารหลวง   ก็พบ “หอธรรม” หรือ “หอพระไตรปิฎก” มีประวัติการก่อสร้างปรากฏตามหลักฐานศิลาจารึกพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร (ลพ.15) ว่าสร้างโดยพระเมืองแก้ว กษัตริย์ผู้ครองเมืองเชียงใหม่ และพระราชมารดาใน พ.ศ.2053 โดยในครั้งนั้นได้โปรดให้สร้างพระไตรปิฎกและพระพุทธรูปทองคำมาประดิษฐานในหอธรรมที่สร้างขึ้นด้วย (วิชาการ นิดโหน่ยยย หุหุหุหุหุ )

ทางเข้าหอธรรม ขลังมาก

มาดูภาพในมุม มหาชน … ที่ใครๆ ต้องมาถ่ายตรงนี้

เรา จะเดินเริ่มจากทิศใต้ นะครับ วนขวา ไปตามวิหารต่างๆ  พร้อมกัน แล้ว นะฮร๊าฟฟฟฟฟฟฟฟ

ในภาพ สิ่งก่อสร้างเล็กๆ ด้านซ้ายมือ คือ “เขาพระสุเมรุวัดพระธาตุหริภุญชัยฯ” ไม่ปรากฏหลักฐานก่อสร้างชัดเจน แต่พบหลักฐานจากภาพถ่ายเก่าว่า ตั้งอยู่หน้าหอพระไตรปิฎก ของวัดพระธาตุหริภุญชัยฯ มาแต่โบราณ ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 52 ตอนที่ 75 ลงวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2478 และ เล่มที่ 96 ตอนที่ 185 ลงวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2522

หนุ่ม-สาว  ดูแล้วมีความล้านนา จริงๆ

บริเวณองค์พระธาตุ ทุกท่าน จะต้องถอดรองเท้า  ช่วงกลางวัน อากาศค่อนข้างร้อน ทำให้พื้นร้อน  ทางวัด จึงมีรองเท้า ให้ทุกท่านสวม  และ ที่สำคัญ หากท่านใดสวมกระโปรง/กางเกงขาสั้น  ทางวัดมีผ้าถุงให้ยืมเช่นกัน

ด้านทิศใต้ขององค์พระธาตุ  คือ วิหารพระพุทธ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปประทับนั่งปางมารวิชัยขนาดใหญ่ ลงรักปิดทอง เรียกว่า พระพุทธ … สวยงาม อีกแล้ว

ออกจาก วิหารพระพุทธ แล้วเดินไปยังทิศตะวันตกของ องค์พระธาตุ

จะพบ วิหารพระบาทสี่รอย ตั้งอยู่หลังวิหารพระพุทธ ภายในประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลองมาจากอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

ถัดไปจาก วิหารพระบาทสี่รอย จะเจอ อาคารพิพิธภัณฑ์ 50ปี ซึ่งเป้นเป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่น่าเข้าไปดู  .. แต่เราไม่สามารถเก็บภาพมาให้ชมได้ครับ เพราะ เค้าห้ามถ่ายรูป

ถัดไปอีกนิด เราจะพบ “วิหารพระทันใจ” ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกขององค์พระธาตุหริภุญชัย ภายในประดิษฐานพระทันใจ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปยืนซึ่งถือว่าเป็น พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถบันดาลให้ผู้ที่กราบไหว้สมหวังได้ดังใจ .. สาธุๆ ๆๆ  ไปไหว้กันให้ไว อิอิ

บรรยากาศ ด้านทิศตะวันตกขององค์พระธาตุ ร่มรื่นมากๆ ครับ  และตรงที่ด้านหน้าของเรา จะเป็น วิหารพระกลักเกลือหรือพระเจ้าแดง … เป็น พระพุทธรูป ที่องค์ใหญ่มาก มินโน้ตเอง ดูท่านแล้ว ท่านดูดุๆ ^_^

พระเจ้าแดง องค์ใหญ่มาก ปลายเศียรของท่าน ชิดผนังด้านบนเลยทีเดียว

เดินออกมาจาก วิหารพระเจ้าแดง เราจะพบกับ “สุวรรณเจดีย์หรือปทุมวดีเจดีย์” พระนางปทุมวดี อัครมเหสีของพระเจ้า อาทิตยราช ได้เป็นผู้สร้างขึ้น ในภายหลังเมื่อสร้างพระบรมธาตุหริภุญชัย เสร็จแล้วได้ 4 ปี  ปทุมวดีเจดีย์  เป็นเจดีย์ที่มีลักษณะการก่อสร้างแบบเดียวกับ เจดีย์กู่กุดที่วัดจามเทวี

ปทุมวดีเจดีย์ และ องค์พระบรมธาตุ จึงอยู่คู่กันมานานนับหลายร้อยปี เป็นอนุสรณ์สถานแห่งความดีงาม ความรักและพลังแห่งศรัทธา ในพระพุทธศาสนาที่คงมั่นและยั่งยืน สืบเนืองมาจนถึงปัจจุบัน

จากภาพ ซ้ายปทุมวดีเจดีย์  ขวาองค์พระธาตุหริภุญชัย

เดินกันต่อไป เรื่องเหล้า เอ้ยยย เรื่องเล่า ยังมีอีกมากมาย ครับ

เดินต่อมาอีกนิด มินโน้ตมาเจอ สถานที่กักบริเวณ “ครูบาเจ้าศรีวิชัย” ซึ่งเชื่อว่า ไม่มีใครไม่รู้จัก ในความดี ของท่าน  ท่านจึงได้ชื่อว่า “นักบุญแห่งล้านนา” และ จะอยู่ในใจ คนไปอีกนานเท่านาน

แต่เอ๊ะ!!! ทำไม?? นักบุญ ที่ทำแต่ความดี ถึงต้องถูกจองจำ กักขัง????  เล่าไปน้ำตาตกไป    ครูบาเจ้าศรีวิชัย ถูกว่าร้าย คิดร้าย ใส่ความมากมาย จนต้องโทษหลายครั้งหลายครา  และ ครั้งสุดท้าย ก็ถูกจับในขณะที่กำลัง สร้างถนนขึ้นดอยสุเทพ โดยไม่ใช้เงินของรัฐแม้แต่บาทเดียว  ไม่ว่ายังไง ทองก็คือทอง คนที่ทำร้าย “ครูบาเจ้าศรีวิชัย” ไม่มีชื่อในประวัติศาสตร์เลย  กลับเป็น “ครูบาเจ้าศรีวิชัย” ที่อยู่ในใจของ ประชาชน ไปตลอดกาล

ตื่นๆๆๆๆ ไม่เอา ไม่ดราม่า .. เราต้องเดินหน้าต่อไป  เดินมาอีกหน่อย เราจะพบ  วิหารพระเจ้าละโว้   ซึ่งภายในมี รูปปั้นของพระนางจามเทวี  และ พระเจ้าละโว้ ที่พระนางจามเทวี ทรงอัญเชิญมาจากเมืองละโว้ เพื่อเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวระลึกถึงแทนองค์พระราชบิดา และพระราชมารดา

แต่!! พระเจ้าละโว้องค์ที่อยู่ในพระวิหารปัจจุบันก็เป็นพระพุทธรูปยืนอุ้มบาตรในสมัยเชียงแสนประดิษฐานแทนที่ พระเจ้าละโว้องค์เดิม ที่ชำรุดทรุดโทรม ไปตามกาลเวลา  โดย องค์เดิม เหลือเพียง พระเศียร บั้นพระองค์ช่วงพระอุระลงมาถึงพระนาภี มีพระหัตถ์ที่หักถึงศอกหนึ่งคู่ และพระบาททั้งสอง จัดแสดงอยู่ร่วมกัน  ปัจจุบันได้ถูกเก็บรักษาไว้ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญชัย ลำพูน

เศร้าอ่ะ ของสำคัญๆ ของเมืองลำพูน ทำไมมันหายไป หรือ พังไปหลายสิ่งหลายอย่างเหลือเกิน

หลังๆ มินโน้ต เริ่ม ดราม่า 555+  ด้วยความเป็นสายเลือดลำพูน  เราจะรู้สึกถึงอดีต และปัจจุปัน  โดยถามตัวเองว่า ทำไมๆๆๆ  สิ่งที่ทำให้รู้ถึงความเป็น โครตเหง้าความเป็นลำพูน มันถึงหายไปไหน

แล้ว เราก็เดินออกจาก วิหารพระละโล้ แบบเศร้าๆ   เดินออกมาพบกับ สนามหญ้าเขียวๆ  ผืนใหญ่ๆ   และตรงหน้าของ เราตอนนี้คือ หอกังสดาล (คล้ายๆ ฆ้องอันใหญ่)   ยิ่งเศร้าเข้าไปใหญ่ 5555+   เพราะอะไร?  ป่ะ มา มาม่า กัน!!!

จุดที่ตั้ง หอกังสดาล แห่งนี้ เดิม เป็นที่ตั้งของ  “พระเสตังคมณี  (  พระแก้วขาว  )”  ซึ่ง พระนางเจ้าจามเทวี ได้อัญเชิญพระแก้วขาว  มาเป็นพระพุทธรูปบูชาประจำพระองค์  พระแก้วขาว ประดิษฐานที่นคร หริภุญชัยมาเป็นเวลาหลายร้อยปี    .. เอาง่ายๆพระแก้วขาว คือ พระพุทธรูปบูชาประจำพระองค์ของพระนางเจ้าจามเทวี และราชวงศ์จามเทวี

แต่ !!! ในปี  พ.ศ.  1824  พญามังรายได้ยึดครองเมือง เกิดไฟไหม้ เผาเมือง  ทุกอย่างถูกเผา รวมไปถึงวัดวาอาราม   เนื่องจากพญามังราย ยังมิได้นับถือศาสนาพุทธ(ตามประวัติ พญามังราย เริ่มรับพุทธศาสนาในปี พ.ศ.1831) แต่!! พระแก้วขาว กลับไม่มีความเสียหายใดๆ   จึงได้นำไปเป็นพระพุทธรูปบูชาประจำพระองค์ตั้งแต่บัดนั้น  พระแก้วขาวได้ประดิษฐานอยู่ใน วัดเชียงมั่น เมืองเชียงใหม่ จนถึงปัจจุบันเป็นเวลา   700   กว่าปีแล้ว

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก … ของๆ ของเรา แต่ไปอยู่ เชียงใหม่ แสนเสียดาย เหลือเกิน

ถาม แล้วทำไม ลำพูนถึงแตกได้ ก็เพราะ พญามังรายไม่สามารถตีเมืองหริภุญชัยให้แตกได้ จึงส่ง อ้ายฟ้ามาเป็นไส้ศึกนาน 7ปี ยุยงปลุกปั่นให้คนลำพูนขาดความสามัคคี  แล้วสุดท้ายก็ตีเมืองหริภุญชัยจนแตก ใน ยุคของ พระยายีบา (ตามตำนาน พระยายีบา ยืนอยู่บนดอย แถวๆ บ้านทา  มองดูเมืองลำพูนถูกเผา คงถูกตีแตก จนมิได้นำของสิ่งใดติดตัวไป แม้แต่ พระแก้วขาว อันสำคัญยิ่ง)

ท่านใดอยากเห็นพระแก้วขาว พระพุทธรูปบูชาประจำพระองค์ของพระนางเจ้าจามเทวี ไปดูได้ที่ วัดเชียงมั่น อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นะจ๊ะ หุหุหุหุหุ

ปาดน้ำตา แล้วมาชม ภาพสวยๆ ภายในวัดกันดีกว่า

และรอบๆ วัด ยังมีร้านค้าของพื้นเมือง ของกินต่างๆ ไว้บริการนักท่องเที่ยว ด้วยนะครับ เพราะสร้างรายได้ให้กับคนลำพูน    (หน้าวัด มีขัวมุง ที่ขายสินค้า พื้นเมืองของลำพูน ที่ นักท่องเที่ยว ไม่ควรพลาด!)

ขัวมุง บริเวณ ที่ขายสินค้า พื้นเมืองของลำพูน

มาถึงช่วงสุดท้ายของการ รีวิว แล้วครับ   .. มีทั้งวิชาการ วิชาเกิน และดราม่าไปบ้าง ตามประสามินโน้ต

ลำพูน ยังมีอะไรอีกมากมาย ให้คุณค้นหา เพราะ ลำพูน มีอายุ มากกว่าเชียงใหม่ กว่าเท่าตัว  ณ เวลานี้ อยู่ที่  1,250ปี  เยอะมากกกกกกกก แต่ เรื่องราวหลายอย่าง หายสาบสูญ หรือ ยังถูกฝังไว้ในพื้นดิน

เรามิได้ติดอยู่กับอดีต แต่เราเรียนรู้อดีต เพื่อสร้างอนาคต

แล้ว ติดตาม รีวิวหน้า กันต่อไปครับ

หรือ เข้าไปชมเรื่องราวต่างๆ ของเมืองลำพูน ได้ที่ www.halamphum.com