อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า (Phuhinrongkla National Park) เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งที่ 48 ของประเทศซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 307 ตารางกิโลเมตร หรือ 191,875 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2527 ซึ่งตั้งครอบคลุมพื้นที่รอยต่อของสามจังหวัด คือ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย และอำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ภูหินร่องกล้าอันเป็นแหล่งกำเนิดของประวัติศาสตร์การสู้รบอันยาวนาน ระหว่างผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ผกค.กับฝ่ายกองทัพรัฐบาล ที่มีการสู้รบอันยาวกว่า 15 ปี เป็นวีรกรรมของนักรบไทยที่เกิดขึ้น ณ แห่งนี้ และ ตลอดจนสภาพสิ่งก่อสร้างในอดีตได้ถูกบันทึกเก็บรักษาไว้ จนถึงปัจจุบัน

ภูมิอากาศ

สภาพภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,614 เมตร ทำให้อากาศหนาวเย็นเกือบตลอดปี โดยเฉพาะในฤดูหนาว อุณหภูมิ จะต่ำประมาณ 4 องศาเซลเซียส ฤดูร้อนอากาศจะเย็นสบาย ฝนตกชุกในฤดูฝน อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี ประมาณ 18-25 องศาเซลเซียส

สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ

โรงเรียนการเมืองการทหาร

บริเวณโรงเรียนการเมืองการทหาร ห่างจากตัวที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูหินล่องกล้าออกไปประมาณ 6 กิโลเมตร พื้นที่ป่ารกทึบอันหนาแน่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์การสู้รบของกลุ่มคนที่มีความคิดเห็นต่างทางการเมือง และด้วยสภาพทางภูมิศาสตร์ที่เปรียบเสมือนป้อมปราการทางธรรมชาติ จึงทำให้ในช่วง พ.ศ.2511-2525 ที่พรรคคอมมิวนิสต์ได้เปลี่ยนบริเวณนี้เป็นฐานที่ตั้งในการวางแผนและพักฟื้นจากการสู้รบ ย้อนรอยพื้นที่ประวัติศาสตร์กันที่ “โรงเรียนการเมืองการทหาร”  ปัจจุบันบ้านบางหลังก็ผุพังไปตามกาลเวลาเพราะถูกปล่อยทิ้งร้างไว้ตั้งแต่คราวที่มวลชนเข้ามอบตัวแล้ว เหลือไว้แต่ความทรงจำให้ผู้ที่มาเที่ยวชม ได้รู้ว่าพื้นที่แห่งนี้ในอดีตเคยเป็นเช่นไร

 ไฮไลท์ที่ห้ามพลาด คือ ช่วงใบเมเปิ้ลเปลี่ยนสีเป็นสีแดง เริ่มตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมกราคมถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์

และที่ฝั่งตรงข้ามกับโรงเรียนการเมืองการทหาร เราสามารถเดินไปดู “กังหันน้ำ” ที่ออกแบบและสร้างขึ้นโดยนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่หนีเข้าป่า (มาเข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์) ช่วงหลังเหตุกการณ์วันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ.2519 กังหันน้ำนี้ใช้หล่อเลี้ยงคนหลายพันคนบนภูหินล่องกล้า ในอดีตบริเวณนี้เปรียบเสมือนโรงสีข้าวของ ผกค. เพราะกังหันน้ำจะใช้พลังน้ำขับเคลื่อนหมุนแกนกระเดื่องตำข้าวนั่นเอง ทุกวันนี้ก็ยังคงสภาพให้เราได้เห็นกันได้อยู่ และยังสามารถหมุนได้ ถ้ามาในช่วงหน้าฝนที่มีปริมาณน้ำเยอะ

น้ำตกกังหันน้ำ

 

นอกจากจะได้ชมกังหันน้ำแล้ว น้ำตกกังหันน้ำก็สวยไม่แพ้กัน 

ลานหินปุ่ม

อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูหินล่องกล้า ประมาณ 4 กม. อยู่ริมหน้าผา ลักษณะลานหินซึ่งเป็นลานกว้างริมหน้าผา มีหินนูนขึ้นเป็นปุ่มไล่เลี่ยกันเป็นจำนวนมาก จากการศึกษาทางธรณีวิทยาสันนิษฐานว่าลานหินปุ่มเกิดขึ้นในลักษณะเช่นเดียวกันกับลานหินแตก เพียงแต่บริเวณลานหินปุ่มจะมีปุ่มหินนูนซึ่งมีขนาดเล็กและมีจำนวนมากกว่าบริเวณลานหินแตกเท่านั้น ระหว่างทางไปยังลานหินปุ่ม นักท่องเที่ยวสามารถศึกษาเส้นทางธรรมชาติได้ด้วยตนเอง ระยะทางการเดินประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นการเดินเป็นวงกลม แล้วกลับมายังลานจอดรถเช่นเดิม สำหรับนักท่องเที่ยวที่มีความสนใจที่จะชมพระอาทิตย์ตกดินที่ลานหินปุ่มแห่งนี้ ควรเตรียมไฟฉาย มาด้วยเพราะในช่วงเวลาขากลับเส้นทางจะมืดมาก

 บรรยากาศลานหินปุ่ม ในช่วงพระอาทิตย์ตก 

 ระหว่างทางไปยังลานหินปุ่ม นักท่องเที่ยวสามารถศึกษาเส้นทางธรรมชาติได้ด้วยตนเอง ระยะทางการเดินประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นการเดินเป็นวงกลม แล้วกลับมายังลานจอดรถเช่นเดิม 

ภูแผงม้า

เป็นจุดชมวิวสูงที่สุดของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า สามารถมองเห็นได้ทั้ง พระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก ได้สวยงามมากจุดหนึ่งในอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า มีสูงจากระดับน้ำทะเล 1,775 เมตร

การเดินทางไปยังภูแผงม้า สามารถเดินทางได้ 2 เส้นทาง คือหากมาจากพิษณุโลก ก็ผ่านด่านเก็บค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ ภูหินร่องกล้า ท่องเที่ยวภูหินร่องกล้าโดยรอบเสร็จแล้ว ใช้เส้นทาง 2331 เดินทางต่อไปยังภูทับเบิก จะเห็นทางเข้าภูแผงม้าอยู่ด้านขวามือ ก่อนถึงด่านทางออกอุทยานฯ ประมาณ 500 เมตร  หากเดินทางมาจากเพชรบูรณ์ ก็ใช้เส้นทางขึ้นเขาทางอ.หล่มเก่า เส้นทางสาย 2331 จากเชิงเขาขึ้นมาประมาณ 17 กม.เมื่อขึ้นมาจนถึงทางแยกเข้าภูทับเบิก ไม่ต้องเลี้ยวขวาเข้าภูทับเบิก ให้ตรงเข้าไปทางด่านเก็บค่าธรรมเนียมอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เลยด่านเก็บเงินไปประมาณ 500 เมตรให้เลี้ยวซ้าย ขึ้นไปยังจุดชมวิว ภูแผงม้า ปัจจุบันสามารถขับรถขึ้นไปจอดที่จุดชมวิวได้เลยแต่ที่จอดรถมีจำนวนจำกัดจอดรถได้ไม่มาก

บรรยากาศจุดชมวิวบนยอดเขาภูแผงม้า 

ทิวทัศน์ด้านบนยอดเขาภูแผงม้า สามารถมองไปไกลถึงฝั่งจังหวัดเพชรบูรณ์ อ.หล่มสัก 

ทุ่งดอกกระดาษ ภูหินร่องกล้า

อยู่ภายในโครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริภูหินร่องกล้า ในเขตอุทยานภูหินร่องกล้า อยู่ก่อนถึงโรงเรียนทหารการเมืองและบ้านร่องกล้า ภูมิทัศน์ของโครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริภูหินร่องกล้าอยู่ท่ามกลางภูเขาที่เขียวขจีและมีอาการที่เย็นสบายตลอดทั้งปี วัตถุประสงค์ของโครงการจัดตั้งขึ้นมาเพื่อปลูกฟื้นฟูสภาพป่า เพาะชำกล้าไม้ การส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต ปลูกปรับปรุงระบบนิเวศต้นน้ำ ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่บริเวณอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าในด้านการท่องเที่ยวและสภาพแวดล้อม ไฮไลท์ของการมาเที่ยวคือ การได้ยืนชมวิวตามผาต่างๆ ที่ตั้งเรียงรายกัน ทั้ง 5 ผา ได้แก่ ผาบอกรัก ผาสลัดรัด ผารักยืนยง ผาคู่รัก และผาไททานิค รวมถึงหากมาเที่ยวในช่วงกลางเดือนมกราคมยังได้ชมทุ่งดอกกระดาษที่บานอยู่ริมผาอย่างงดงาม

 ดอกกระดาษเป็นดอกไม้ที่ค่อนข้างทนทาน สามารถอยู่ได้นาน ช่วงฤดูหนาวจนถึงสิ้นเดือนมกราคม 

ภูลมโล

ภูลมโล เป็นภูเขาสูงตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า บนรอยต่อของสามจังหวัด คือ จังหวัดเลย จังหวัดเพชรบูรณ์ และจังหวัดพิษณุโลก โดยจุดสูงสุดอยู่บริเวณ “ยอดภูลมโล” มีความสูง 1,680 เมตร จากระดับน้ำทะเล ทำให้อากาศหนาวเย็นตลอดปี อุณหภูมิเฉลี่ย 5-20 องศา และไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด ก็คือ การไปชมดอกนางพญาเสือโคร่งที่เยอะมากที่สุดในเมืองไทย บนพื้นที่กว่า 1,200 ไร่กว่า 1 แสนต้น นักท่องเที่ยวสามารถชมดอกนางพญาเสือโคร่งทั่วทุ่งภูลมโล ต้องประมาณกลางเดือนมกราคม ถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงที่ดอกนางพญาเสือโคร่งจะเปล่งประกายสีชมพูไปทั่วทุกพื้นที่

ดอกนางพญาเสือโคร่งบานสะพรั่งเต็มที่แล้วก็จะร่วงโรยภายใน 1-2 สัปดาห์ ช่วงเวลาที่แนะนำให้มาเที่ยวชมคือ เดือนกลางมกราคม จนถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 

จากจุดชมวิว สามารถมองเห็นทุ่งดอกนางพญาเสือโคร่งบานสะพรั่งไปทั่วทุกพื้นที่ 
การเดินทาง สามารถเดินทางได้ 2 เส้นทาง

เส้นทางที่ 1 จากที่ทำการตำบลกกสะทอน ผ่านบ้านตูบค้อ-ยอดภูลมโล ระยะทางประมาณ 27 กิโลเมตร โดยจะคิดค่าบริการเหมารถคันละ 1,500 บาท สำหรับ 1-5 ท่าน และคันละ 2,000 บาท สำหรับ 6-10 ท่าน (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ หรือโทรสอบถามค่าบริการกับอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าได้โดยตรง )

เส้นทางที่ 2 จากบ้านใหม่ ภูหินร่องกล้า-ยอดภูลมโล ระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร มีบริการรถนำเที่ยวชมภูลมโลทุกวัน ตั้งแต่เวลา 05.00-16.00 น. ค่าบริการคันละ 1,000 บาท นั่งได้ 10 คน แต่หากต้องการเข้าไปชมถึงภูขี้เถ้า ราคาคันละ 1,200 บาท

ในปัจจุบัน อุทยานฯไม่อนุญาตให้นำรถส่วนตัวขึ้นไปเองได้ เพราะเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุหรือการเสียหายของรถยนต์ 

น้ำตกหมันแดง

น้ำตกหมันแดง เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่ซุกซ่อนตัวอยู่ในป่าลึก ในเขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จากการสำรวจในอดีตน้ำตกหมันแดงมีถึง 32 ชั้น แต่ชั้นที่สามารถเดินเข้าไปชมได้คือชั้นที่ 1 ถึงชั้นที่ 9 ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่รอยต่อของ 3 จังหวัด คือ เพชรบูรณ์ เลย และพิษณุโลก และจุดเริ่มต้นคือหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดเลย น้ำตกแห่งนี้มีความสวยงามมาก ช่วงฤดูฝน จะมีน้ำเยอะ และสิ่งที่ทำให้น้ำตกแห่งนี้ต่างจากที่อื่นๆคือ บริเวณน้ำตกจะมี ดอกลิ้นมังกร สีชมพูสวยๆขึ้นตามบริเวณโขดหิน เป็นที่ดึงดูดสายตาเมื่อไปพบเจอ (ส่วนมากจะมีเยอะที่ชั้น 5ของน้ำตก)

การเดินทางสู่น้ำตกหมันแดงนั้นตอนนี้จะไปได้ 2 ทางคือ

1. เข้าทางอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าจังหวัดพิษณุโลก ไปถึงที่ทำการอุทยานก็ไปติดต่อทางเจ้าหน้าที่อุทยานเพื่อนำทางเข้าน้ำตก ถ้านัดแนะไว้ล่วงหน้าจะดีมาก ได้ผู้นำทางแล้วก็เดินเท้าลัดเลาะขึ้น-ลงตามภูเขาเข้าไปถึงตัวน้ำตกระยะทางคร่าวๆประมาณ 3.5-4.5 กม.ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 3-4 ชม.(ไม่รวมขากลับ หรือ แล้วแต่กำลังของนักเดินทาง) โดยจุดที่เริ่มเดินทางจาก อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า นั้นจะถึงตัวน้ำตกไล่ตั้งแต่ชั้นบน (นับจากที่สูงลงมาต่ำ) ชั้นที่ 1-9

2. เข้าทางหมู่บ้านหมันขาว ตำบล กกสะทอน อ.ด่านซ้าย จ.เลย เส้นทางไปหมู่บ้านหมันขาวค่อนข้างลำบาก ถนนขรุขระ ช่วงหน้าฝนถนนจะเละมาก ไม่เหมาะกับรถเก๋งครับ รถที่เหมาะจะไปได้ก็ปิ๊กอัพยกสูงหรือรถขับเคลื่อน 4 ล้อ ไปถึงหมู่บ้านหมันขาว แล้ว สอบถามกับชาวบ้านว่าต้องการผู้นำทางเที่ยวน้ำตก ก็จะมีคนอาสานำทางไปราคาก็แล้วแต่จะตกลงกัน พอได้ผู้นำทางก็เดินเท้าลัดเลาะขึ้น-ลงตามภูเขาเข้าไปถึงตัวน้ำตกระยะทางคร่าวๆประมาณ 2-3 กม.ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 50 นาที หรือแล้วแต่กำลังของนักเดินทางโดยจุดที่เริ่มเดินทางจาก หมู่บ้านหมันขาว นั้นจะถึงตัวน้ำตกไล่ตั้งแต่ชั้นล่าง (นับจากที่ต่ำขึ้นที่สูง) ชั้นที่ 1-9

ชั้นที่ 8นี้มีขนาดใหญ่แบ่งขนาดเป็น 2 ชั้นย่อยๆ มีความสวยงามเป็นธรรมชาติ 100% เนื่องจากไม่มีใครได้เข้ามารบกวนมากนัก 

ไฮไลท์น้ำตกหมันแดงอยู่ที่ชั้นที่ 5 คือ จะมีดอกลิ้นมังกรสีชมพูบานสะพรั่งทั่วบริเวณน้ำตก 

ดอกลิ้นมังกรจะบานแค่ปีละ 1 ครั้งเท่านั้น คือช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคม ของทุกปี 

น้ำตกหมันแดงแห่งนี้มีความเป็นธรรมชาติสูงมาก เพราะอยู่ไกลจากที่ทำการอุทยาน และการเดินทางเข้าถึงลำบากมากๆ จึงไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวชมสักเท่าไร่ หากนักท่องเที่ยวท่านใดอยากไปเที่ยวชม ควรปฎิบัติตามคำแนะนำดังนี้ครับ

1. ถ้าหวังจะมาชมดอกลิ้นมังกร ควรมาช่วง เดือน กรกฎาคม ถึง สิงหาคม ของทุกปี
2. การเดินทางไปหมู่บ้านหมันขาวเส้นทางลำบาก แนะนำ รถปิ๊กอัพยกสูงหรือรถขับเคลื่อน 4 ล้อ
3. การติดต่อผู้นำทาง ฝั่ง หมู่บ้านหมันขาว ก็คือชาวบ้านทั่วไปสอบถามหาผู้นำทางได้จากชาวบ้านครับ
4. สภาพร่างกายต้องพร้อมเพราะต้องเจอกับเส้นทางที่หฤโหดมากครับ สำหรับผู้ที่ไปเยื่อน ใครไม่พร้อมอย่าไป ไม่เหมาะกับผู้สูงอายุ(ยกเว้นกรณีที่ยังแข็งแรงดีครับ)
5. เตรียมตัวรับมือกับทากดูดเลือดให้ดี ถ้าเตรียมตัวไปไม่ดีอาจทำให้การท่องเที่ยวไม่สนุกได้ เพราะทุกท่านมัวแต่ระแวงทาก ทากเยอะมากครับ
6. ในกรณีที่ติดต่อเจ้าหน้าที่จากทางภูหินร่องกล้า ควรโทรนัดล่วงหน้าก่อนนะครับ เพื่อความสะดวกรวดเร็วและการเดินทางไม่ล่าช้า และวันเดินทางควรวางแผนให้การเดินทางเริ่มในช่วงเช้าตรู่ครับ
7. เตรียมอาหารกลางวันและน้ำดื่มไปให้พอดีกับที่ตนเองและผู้ร่วมเดินทางต้องใช้
8. ยาหม่อง ยาลม ยาดม ยากันยุง เอาติดไปด้วยก็ดีครับ แมลงสัตว์เยอะครับ
9. ร่ม หรือ เสื้อกันฝน ต้องเตรียมไปครับ เพราะฝนอาจตกได้ทุกเมื่อ

น้ำตกร่มเกล้า-ภราดร

น้ำตกร่มเกล้า – ภราดร อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 5 กิโลเมตร ขับรถไปบนถนนหมายเลข 2331 ทางเข้าน้ำตกจะอยู่ด้านซ้ายมือ (ค่าพิกัด 16.9968162,101.0139974) โดยทางไปน้ำตกจะเป็นทางลาดลงภูเขาไปทางเบื้องล่าง เส้นทางค่อนข้างชัน ระยะทางประมาณ 300 เมตร สภาพเส้นทางโดยรอบเป็นป่าบริสุทธิ์งดงาม หากมาเที่ยวชมในฤดูฝนปริมาณน้ำจะเยอะและสวยงามมาก

น้ำตกร่มเกล้า – ภราดร จะสวยที่สุดในช่วงน้ำเยอะ คือ ช่วงฤดูฝน 

 

แผนที่และการเดินทาง ภูหินร่องกล้า

จากตัวเมืองพิณุโลก จุดเริ่มต้นที่วัดใหญ่  ขับรถไปตามถนนหลวงหมายเลข 12 มุงหน้าผ่านแยกดินโดจีน และมุ่งหน้าสู่ อ.วังทอง จ.พิษณุโลก และขับตามถนนหลวงหมายเลช 12 ระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตร มาจนถึงแยกบ้านแยง อ.นครไทย จ.พิษณุโลก เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนหมายเลข 2013 ต่อไประยะทาง 23 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนไปภูหินร่องกล้า รวมระยะทางจากตัวเมืองพิษณุโลกถึง ภูหินร่องกล้าระยะทาง 122 กิโลเมตร

สถานที่ติดต่อ: ตู้ ปณ. 3 อ.นครไทย จ.พิษณุโลก 65120
สำนักงานโทรศัพท์ : 081-5965977
อีเมล: phuh-055@hotmail.co.th

ค่าพิกัดตำแหน่งสถานที่