ไปทำอะไรที่ "แพร่"

ในตัวเมืองแพร่เป็นเมืองเล็กๆ ที่สามารถเที่ยวได้รอบเมืองในเวลา 1 วัน
ซึ่งไม่ว่าเวลาจะผ่านไปแค่ไหน หน้าตาของเมืองแพร่ในความทรงจำของเรานั้นแทบจะไม่เปลี่ยนแปลงไปเลย

ตัวเมืองแพร่เติบโตอย่างช้าๆ หน้าตาบ้านเรือน ร้านค้า ร้านอาหารที่เรากินในวัยเด็ก ทุกอย่างยังคงพร้อมจะต้อนรับเราทุกครั้งที่เรากลับบ้านด้วยความรู้สึกแบบเดิมๆ

ใครที่ชอบบรรยากาศเมืองที่มีหน้าตาบ้านเรือนย้อนยุค ที่มีอารมณ์แบบสงบๆไม่วุ่นวาย อยากให้ลองมาเดินเล่น ลองมาปั่นจักรยานรอบเมือง ซึ่งใช้เวลาไม่มากนัก

โดยรอบนี้เราจะพามาเที่ยว มาชม กับ 10 สิ่งที่จะทำให้รู้ว่า แพร่ไม่ใชเมืองทางผ่านอีกต่อไป

อันดับแรก เราขอให้มา″กิน” และ ที่สำคัญต้องลองกิน หนมเส้นเมืองแพร่ อาหารอันดับหนึ่งของที่นี่(จัดอันดับโดยเราเอง555)
มันคือขนมจีนที่ไม่เหมือนที่ไหนแน่นอน ถ้าไม่กินเราถือว่ามาไม่ถึงที่นี่

ร้านหนมเส้นที่นี่ หาง่ายกว่าร้านอาหารตามสั่ง มีให้พบให้เห็นได้ทั่วเมืองแพร่

2.จุดชมวิว”พระธาตุดอยเล็ง” หลายคนอาจจะเคยได้มีโอกาสมาสักการะพระธาตุช่อแฮ แต่หากเดินทางต่อมาอีกไม่กี่กิโลเราจะสามารถมาถึงพระธาตุดอยเล็ง ซึ่งตั้งอยู่บนเขา

จากจุดนี้เราสามารถมองเห็นเมืองเล็กๆเมืองนี้ได้ในแบบวิวพาโนรามา เต็มตาเต็มใจกันเลยทีเดียว

3.”ถนนคำลือ” ถ้าเมืองเลยมีเชียงคาน ถ้าภูเก็ตมีถนนถลาง…. ถนนคำลือคือที่ที่ถ้ามาเมืองแพร่แล้วไม่ควรพลาด เราจะได้เจอ วัด คุ้มเจ้า กาด บ้านเรือนเก่าแก่ หรือ ร้านกาแฟเก๋เก๋ ได้บนถนนเส้นนี้

เรียกได้ว่าที่นี่คือ ถนนที่เต็มไปด้วยศิลปะ วัฒนธรรม ความอบอุ่น และ ความเป็นตัวตนของเมืองแพร่

4.อ่างเก็บน้ำแม่สาย หากจะหาสถานที่ที่บรรยากาศดีดีเพื่อทอดอารมณ์ในยามเย็น ไม่ควรพลาดที่นี่เป็นอันขาด อ่างเก็บน้ำแม่สาย ใช้เส้นทางเดินทางเดียวกับการมาพระธาตุช่อแฮ ซึ่งห่างกันไม่กี่กิโลเมตร

5.บ้านวงศ์บุรี บ้านสีชมพูหลังนี้เป็นบ้านของเจ้าพรหม(หลวงพงษ์พิบูลย์) ผู้สืบเชื้อสายมาจากอดีตเจ้าเมืองแพร่ และ เจ้าสุนันทา วงศ์บุรี ธิดาเจ้าบุรี (พระยาบุรีรัตน์) ก่อสร้างในปี พ.ศ. 2440 ซึ่งปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ และยังเป็นที่นิยมในการจัดงานแต่งงานอีกด้วย

หลายคนนอกจากมาเที่ยวที่นี่ ยังต้องมาลองชิมข้าวซอยบ้านวงศ์บุรีกันด้วย

6.วัดพงษ์สุนันท์ สร้างเมื่อใดไม่มีหลักฐานปรากฏชัด แต่ต้องสร้างก่อนปี พ.ศ. 2472 เดิมเรียกว่า “วัดปงสนุก”
สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด อาทิ ภายในอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย ชื่อว่า “พระเจ้าแสนสุข”
มีอายุราว 568 ปีเสนาสนะ ภายในบริเวณวัดมีพระนอนองค์ใหญ่สีทองอร่าม
ซุ้มประตูมงคล 19 ยอด มีเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุพระพุทธรูปเก่าแก่สวยงาม

ภายในวิหารมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ นามว่า “พระสุรัสวดีประทานพร” และองค์เล็กที่ทำจากไม้ขนุนทั้งองค์ มีภาพจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับ พระพุทธรูปในจังหวัดแพร่ ปีนักษัตร เป็นต้น

ส่วนในองค์พระธาตุเจดีย์ จะบรรจุ “พระสกุลดำคูณ เป็นแสนๆ องค์”

7.ถนนคนเดินกาดกองเก่า ที่นี่คือถนนคนเดินที่เราชอบมากที่สุดในประเทศเท่าที่เคยไปมา
จัดขึ้นทุกๆวันเสาร์ ของขายเริ่มตั้งตั้งแต่ช่วงบ่ายแก่ๆ สามารถเดินยาวไปถึงประมาณสามทุ่ม

ถนนคนเดินที่นี่อาจจะเล็กถ้าเทียบกับจังหวัดอื่นๆ แต่ที่นี่จะมีเสน่ห์ตรงที่ของมาขายเป็นของบ้านๆ ที่ชาวบ้านเอามาขายกันเอง
เราจะสามารถเจอพืชผัก ผลไม้ อาหารและขนมโบราณแบบบ้านๆได้ที่นี่

8.ผ้าหม้อห้อม บ้าน”ทุ่งโฮ้ง” เมืองแพร่เป็นต้นฉบับดั้งเดิมของผ้าหม้อห้อม ดังนั้นการมาเยือนเมืองนี้ไม่ควรพลาดการซื้อเสื้อผ้าหม้อห้อมสวยๆใส่เป็นอันขาด

9.ประตูชัย

ตื่นเช้ามาในเมืองแพร่ ย้อนกลับไปตอนเป็นเด็ก ยุคสมัยที่บ้านเมืองยังไม่มีคาเฟ่ให้นั่งชิคๆกัน
หากนึกถึงร้านกาแฟในตอนนั้น คงต้องคิดถึง “เปี๊ยก” ร้านกาแฟโบราณ ตรงข้ามตลาดเทศบาล

ตอนนั้นเราซ้อนรถเครื่องพ่อแม่ออกมาตลาดตอนเช้าๆ แล้วแค่ได้นมชมพูเย็นถุงละ 5 บาท ติดมือกลับบ้าน ก็ถือว่าเป็นความสุขเล็กๆของเด็กน้อยคนนึงแล้ว ทุกวันนี้ถ้าได้กลับบ้านก็ยังต้องแวะไปนั่งกินตอนเช้า

จาก 5 บาท เป็น 15 บาท จากนมชมพู เป็น กาแฟ เปลี่ยนไปตามกาลเวลา แต่สิ่งที่ยังคงอยู่คือ ความทรงจำน่ารักเล็กๆที่มีกับร้านกาแฟร้านนี้ที่เรายังไม่เคยลืมเลย

สุดท้ายที่จะขาดไม่ได้สำหรับการมาเยือนเมืองแพร่ คือ การมาสักการะพระธาตุช่อแฮ

วัดพระธาตุช่อแฮ เป็นวัดศักดิ์สิทธิ์ เก่าแก่ คู่บ้าน คู่เมืองจังหวัดแพร่และเป็นวัดพระธาตุประจำปีเกิดของผู้ที่เกิดปีขาล บุคคลใดที่ มาเที่ยวจังหวัดแพร่แล้วจะต้องมานมัสการพระธาตุช่อแฮ เพื่อเป็นศิริมงคลกับตนเอง จนมีคำกล่าวว่า ถ้ามาเที่ยวจังหวัดแพร่ แต่ไม่ได้มานมัสการพระธาตุช่อแฮเหมือนไม่ได้มาจังหวัดแพร่