ขึ้นเขาสวาย ไหว้ 9 สิ่งศักดิ์สิทธิ์เมืองสุรินทร์

มนต์ขลังแห่งตำนาน ได้สร้างพลังศรัทธา หลอมรวมใจชาวสุรินทร์ถิ่นเมืองช้างให้เป็นหนึ่งเดียว
สถิตไว้ ณ เหนือยอดเขา “พนมสวาย”

พนมสวายมีความสำคัญต่อความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนชาวสุรินทร์มาช้านาน ในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ของทุกปี จะมีประเพณีที่เรียกว่า “ตอมตูยตอมทม” เป็นประเพณีขึ้นเขาสวาย เพื่อแสวงบุญและนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวสุรินทร์และชาวอีสานทั่วไปเคารพนับถือ ซึ่งประดิษฐาน ณ พนมสวายได้แก่ พระพุทธบาทจำลองในศาลาอัฎฐะมุข สถูปบรรจุอัฐิหลวงปู่ดูลย์ อตุโล และพระพุทธสุรินทร์มงคล

วนอุทยานพนมสวาย มีเนื้อที่ 1,975 ไร่ ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาสวายท้องที่ตำบลนาบัว อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ “พนมสวาย” เป็นคำภาษาพื้นที่เมืองสุรินทร์ “พนม” แปลว่า ภูเขา “สวาย” หมายถึง “มะม่วง” ในหมู่พนมสวายประกอบด้วยภูเขา 3 ลูกซึ่งมีชื่อพื้นเมืองเรียกแตกต่างกันไป ได้แก่ “พนมกรอล” แปลว่า “เขาคอก” มีความสูงประมาณ 150 เมตร “พนมเปร๊าะ” แปลว่า “เขาชาย” มีความสูงประมาณ 220 เมตร และ “พนมสรัย” แปลว่า “เขาหญิง” มีความสูงประมาณ 210 เมตร

ซุ้มประตูวนอุทยานพนมสวาย

ซุ้มประตูแห่งนี้นับเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของวนอุทยานพนมสวาย ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมสมัยโบราณ สร้างขึ้นปี พ.ศ. 2548-2549 โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณในปี 2548 เพื่อพัฒนาพื้นที่เขาสวายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อีกแห่งของจังหวัดสุรินทร์

สถาปัตยกรรมสมัยโบราณ

  

ทางเข้าสถูปอัฐิหลวงปู่ดุลย์ อตุโล หลังจากที่เดินทางผ่านซุ้มประตูของวนอุทยานพนมสวายเข้ามาได้สักระยะหนึ่งเราก็ได้เจอลานจอดรถใกล้สถูป มีซุ้มขายเครื่องดื่ม มีธูปเทียนดอกไม้ บริการที่นี่ ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือมีไม้สำหรับเคาะระฆัง เพื่อใช้เคาะระฆัง 1,080 ใบ ในวนอุทยานพนมสวาย ระฆังที่เราเห็นอยู่ที่ทางเข้าสถูป และสถานที่อื่นๆ ทั้งหมด จะมีลายสัญลักษณ์เฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา ดังนั้นถ้าจะเคาะระฆังเหล่านี้ควรใช้ไม้เท่านั้น เพื่อไม่ให้ลวดลายบนระฆังเกิดความเสียหาย

ทางเข้าสถูปบรรจุอัฐิหลวงปู่ดุลย์ อตุโล และบริเวณรอบๆ จะแขวนระฆังไว้เป็นเสมือนกำแพง โดยเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลว่าระฆังที่นี่มี 432 ใบ อีก 648 ใบจะอยู่ที่ทางขึ้นเขาชายที่ประดิษฐานพระพุทธสุรินทรมงคล

ไม้สำหรับเคาะระฆังบูชาเพียงแค่ 50 บาทเท่านั้น

ควรใช้ไม้เคาะระฆังตรงตำแหน่งวงกลม เสียงจะดัง กังวาน และไพเราะ

ภาพลวดลายบนระฆัง ระฆังสัญลักษณ์เฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา  จะได้เข้าใจว่าทำไมจึงต้องใช้ไม้เท่านั้นในการเคาะระฆัง ระฆังทั้งหมด 1,080 ใบมีลวดลายแบบเดียวกันทั้งหมด

หลวงปู่ดุลย์ อตุโล เมื่อเข้ามาด้านในแล้วก็นำธูปเทียนที่ทำบุญบูชามาจากด้านหน้าทางเข้าสถูปมาจุดสักการะหลวงปู่ดุลย์ เกจิอาจารย์ที่ได้รับความเคารพศรัทธาอย่างสูงสำหรับชาวสุรินทร์ และทั่วประเทศ

ออกจากสถูปบรรจุอัฐิหลวงปู่ดุลย์แล้ว ก็ได้เวลาสำรวจสถานที่อื่นๆ บนยอดเขาคอก จะมีบันไดนาคทางเดินขึ้นไปบนยอดเขา ซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลาอัฐะมุข และศาลเจ้าแม่กวนอิม ยังเป็นจุดชมวิวที่มองเห็นยอดเขาชายได้ด้วย

ศาลเจ้าแม่กวนอิม ภายในประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิมที่งดงาม
ผนังด้านในหลังเจ้าแม่กวนอิมมีภาพเทพเจ้าตามความเชื่อแบบมหายาน

คาถาบูชาเจ้าแม่กวนอิม

 ศาลาอัฐะมุข อยู่ห่างจาก ศาลเจ้าแม่กวนอิม เพียงเล็กน้อย โดยมีทางเดินเชื่อมถึงกันได้
ศาลาอัฐะมุข เป็นศาลาที่ตั้งอยู่บนพนมกรอล หรือเขาคอกแห่งนี้ สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2525 โดยพุทธสมาคมจังหวัดสุรินทร์
เป็นอนุสรณ์ครบรอบ 200 ปี แห่งการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ เพื่อประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง
.
ศาลาอัฐะมุขนี้สร้างเป็นทรงแปดเหลี่ยม มีประตูทางเข้าออกได้ 4 ทาง แต่ปัจจุบันจะเปิดเฉพาะด้านหน้าและด้านข้าง เท่านั้น

รอยพระพุทธบาทจำลอง ภายในศาลาอัฐะมุข เป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลองซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2470
เดิมประดิษฐานอยู่บนเขาชาย หลังจากสร้างศาลาอัฐะมุขแล้วจึงย้ายมาประดิษฐานที่นี่

เมื่อเราลงจากเขาคอกแล้วก็มุ่งหน้าไปต่อกันที่ เขาชาย

พระพุทธรูปสีขาวขนาดใหญ่ประดิษฐานอยู่บนยอดเขาชาย
จากเขาคอกที่เราเดินลงมาจากศาลาอัฐะมุขจะมองเห็นพระพุทธรูปองค์นี้ได้ชัดเจน

ระหว่างทางซ้ายมือจะมีทางเท้าให้เดินขึ้นไปชมวิวสวยๆอีกด้าน

จุดชมวิวระหว่างทางเดินไปเขาชาย

บันไดขึ้นเขาชาย (พนมเปร๊าะ) เขาชายเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสุรินทรมงคล
อยู่บนยอดเขา มีบันไดทางเดินประมาณ 200 กว่าขั้น เดินเพียงไม่นานก็ถึงยอดเขา

2 ข้างทางเดินแขวนระฆังเรียงรายกันเป็นระดับไล่ขึ้นไปเรื่อยๆ

จากข้อมูลที่ได้มาจากเจ้าหน้าที่ก็จะมีระฆังทั้งหมด  648 ใบ รวมกับรอบสถูปอัฐิหลวงปู่ดุลย์ ก็เป็น 1,080 ใบพอดี
ซึ่งแต่ละใบก็จะมีลวดลายสัญลักษณ์เฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษาทั้งสิ้น

ระหว่างทางก็จะมีศาลาให้พักชมวิวสวยๆ ก่อนถึงยอดเขาชาย

เมื่อมองผ่านศาลามาก็จะเห็น พระพุทธสุรินทรมงคล พระพุทธรูปสีขาวองค์ใหญ่เด่นสง่ามองเห็นได้แต่ไกล เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ศูนย์รวมจิตใจชาวเมืองสุรินทร์ เป็นพระพุทธรูปประทับนั่งปางประทานพร หน้าตักกว้าง 15 เมตร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9
ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามไว้ โดยสร้างแล้วเสร็จเมื่อเดือน มกราคม พ.ศ. 2520
ดำเนินการสร้างโดยพุทธสมาคมจังหวัดสุรินทร์

ทางเท้าเดินชมวิวรอบ พระพุทธสุรินทรมงคล

วิวสวยพนมเปร๊าะ ยอดเขาชายหรือพนมเปร๊าะ เป็นยอดเขาที่มีจุดชมวิวที่สวยงาม
จุดชมวิวนี้อยู่เบื้องหลังของพระพุทธสุรินทรมงคล มีบันไดทางเดินลงซึ่งต้องปีนก้อนหินบ้างเล็กน้อย

ปักหมุดประเทศไทย

ด้านหน้า พระพุทธสุรินทรมงคล

พระพุทธรูปองค์ดำ สร้างขึ้นเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2532 มีหน้าตักกว้าง 120 เซนติเมตร สูง 104 เซนติเมตร

จากนี้เราจะเดินทางไปต่อที่วัดพนมศิลาราม

บริเวณรอบวัดพนมศิลาราม

บริเวณรอบวัดพนมศิลาราม สิ่งที่น่าสนใจในวัดแห่งนี้ยังมีพระพุทธรูปปางประสูติที่สร้างใหญ่มาก
ในร่มเงาของต้นไม้ใหญ่เป็นบริเวณที่แสนสงบเหมาะแก่การเจริญสมาธิวิปัสสนา

บันไดขึ้นยอดเขาหญิง

ด้วยความสงบของ วัดพนมศิลาราม มีสัตว์เดินไปเดินมาอย่างสบายอารมณ์ไม่เกรงกลัวคนที่เข้ามาในวัด
ว่ากันว่าจะมีแพะตัวหนึ่งจะชอบเดินเข้ามาหานักท่องเที่ยวและโพสต์ท่าสุดเท่ห์ให้ถ่ายรูปสบายๆ กันเลยทีเดียว
#แต่วันที่เราไปแพะคงหลับอยู่

บันไดทางขึ้น ถ้ามาช่วงต้นฤดูฝน ต้นไม้รอบเขาสวายจะออกดอกผลิใบเขียวสดงดงาม

ยอดเขาหญิง (พนมสรัย) สูงระดับ 228 เมตร เป็นที่ตั้งของวัดพนมศิลาราม

ทางวัดได้จัดสร้างพระพุทธรูปองค์ขนาดกลางประดิษฐานบนยอดเขา และยังมีสระน้ำโบราณ 2 สระ
ที่เชื่อว่าเป็นที่อยู่ของ เต่าศักดิ์สิทธิ์ 2 ตัว ต่อมาภายหลังเกิดภัยอันตราย เต่าทั้งสองจึงได้อพยพเพื่อลงจากเขา
แต่ขณะที่เดินทางถึงเพียงไหล่เขาก็เกิดอาการแข็งตัว กลายเป็นเต่าหินขนาดใหญ่ 2 ตัว
ซึ่งถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือ
.

 หินรูปเต่าศักดิ์สิทธิ์ ห่างจากวัดพนมศิลาราม ประมาณ 500 เมตร

ว่ากันว่า ใครตั้งหินซ้อนกันจะสมหวังกับความรัก, สมหวังด้านหน้าที่การงาน

#ที่นี่ประเทศไทย

ทางเดินศึกษาธรรมชาติ วนอุทยานพนมสวายมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร เพื่อการศึกษาธรรมชาติอย่างเต็มที่ ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ทำการวนอุทยานพนมสวาย
.

กิจกรรมแนะนำ : งานบุญประเพณีขึ้นพนมสวาย กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์(เลิงพนมสวาย)  เป็นประเพณีความเชื่อที่สืบทอดมาแต่บรรพบุรษของชาวเขมรสุรินทร์ เชื่อกันว่าพนมสวายมีมนต์ขลังแห่งตำนาน เมื่อถึงกำหนดทุกวันขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๕ ซึ่งเป็นวันขึ้นปีใหม่ทางจันทรคติของขอมคนเขมรสุรินทร์ ทุกคนจะหยุดงานทุกอย่างเป็นเวลา ๗ วัน หรือที่เรียกว่า ตอมตูยตอมทม” เพื่อการแสวงบุญขึ้น พนมสวายไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อเป็นศิริมงคลแก่ ตนเอง และครอบครัว คนหนุ่มสาวก็จะมีโอกาสได้พบปะพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
.
การเดินทาง :  การเดินทางมาพนมสวาย จากอำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ สะดวกมาก โดยไปทางรถยนต์ สายสุรินทร์-ปราสาท ระยะทางประมาณ 14 กิโลเมตร ถึงบ้านกะน็อบ แยกไปตามเส้นทาง รพช. สายบ้านกะน็อบ-บ้านสวาย  6 กิโลเมตร รวมระยะทางจากอำเภอเมืองมาถึงวนอุทยานพนมสวาย ประมาณ 20 กิโลเมตร ถนนขึ้นเขาสวายนั้นเป็นถนนลาดยาง 2 เลน กว้าง 5 เมตร
.
วนอุทยานพนมสวายยังมีสถานที่ที่น่าสนใจอื่นๆ อีกได้แก่

รอยเท้าหลวงตาพรหม เป็นปรากฏการทางธรณี ที่ไม่มีใครอธิบายได้ชัดเจน ตามตำนานเล่าว่า หลวงตาพรหมเป็นคนโบราณที่มีรูปร่างใหญ่โตมาก ได้หาบหินผ่านมาถึงบริเวณเขาสวายไม้คานเกิดหัก หินที่หาบมาก็หล่นมากองกันจนกลายเป็นเขาสวาย รอยเท้าหลวงตาพรหมในอดีตได้มีผู้คนค้นพบหลายจุดด้วยกันแต่ในปัจจุบันไม่มีใครทราบทางชัดเจน
ลานหินล้านปี เป็นพื้นที่ลานหินกว้างท่ามกลางโอบกอดของป่าแคระ มีหินเรียงรายติดต่อกันเป็นจำนวนมากทำให้เกิดเป็นทัศนียภาพที่สวยงาม
บ่อขมิ้น เป็นบ่อหินธรรมชาติกว้างประมาณ 1 เมตร ลึก 1 เมตร ในอดีตจะมีน้ำสีเหลืองทองคล้ายขมิ้นขังอยู่ตลอดปี โดยไม่ทราบที่มา กระทั่งเมื่อมีผู้คนเดินทางมาชมบ่อขมิ้นเป็นจำนวนมาก บางคนก็โยนสิ่งของลงไปในบ่อ ทำให้สีของน้ำที่เหมือนขมิ้นจางหายไปในที่สุด

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ผู้ที่สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ โทร.0-4452-1358, สำนักงานเทศบาลเมืองสุรินทร์ โทร.0-4451-1117, ศูนย์การท่องเที่ยว กีฬาและนันทนาการ 0-4452-0979
.

#ขึ้นเขาสวาย ไหว้ 9 สิ่งศักดิ์สิทธิ์เมืองสุรินทร์
#SurinBiz #Attakorn