๑๒ เมือง ต้องห้าม...พลาด PLUS เมือง ๓ น้ำ ๓ นา ๓ ศาสนา เส้นทางตามรอยพระราชา

ตลาดน้ำอัมพวา….

ในช่วงสมัยกรุงธนบุรี พระยาวชิรปราการ ได้รวบรวมกำลังขับไล่พม่าออกไปหมด และสถาปนาตนขึ้นเป็นสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หลวงยกกระบัตรได้อพยพครอบครัวกลับภูมิลำเนาเดิม ในช่วงนี้เอง คุณนาค ภรรยา ก็ได้คลอดบุตรคนที่ ๔ เป็นชายชื่อ “ฉิม” (พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย)

หลังจากนั้น หลวงยกกระบัตร ก็ได้กลับเข้ารับราชการอยู่กับสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระราชวรินทร์ เจ้ากรมพระตำรวจนอกขวา และได้ดำรงตำแหน่งจนเป็น สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก และปราบดาภิเษกขึ้นเป็น “พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช”ต้นราชวงศ์จักรี จากนั้นจึงเริ่มเข้าสู่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ คุณนาค ได้รับสถาปนาขึ้นเป็น สมเด็จพระอมรินทรามาตย์ คุณสั้น มารดาคุณนาค ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระรูปศิริโสภาคมหานาคนารี

แต่เนื่องจากสมเด็จพระอมรินทรามาตย์ ทรงเป็นคนพื้นบ้านบางช้างมาก่อน จึงมีพระประยูรญาติต่างๆประกอบอาชีพทำสวนอยู่ที่บางช้าง เมื่อได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระอมรินทรามาตย์ จึงนับเป็นราชินิกุล “บางช้าง”พระประยูรญาติจึงเกี่ยวดองเป็นวงศ์บางช้างด้วย และสมเด็จพระอมรินทรามาตย์มักเสด็จมาเยี่ยมพระประยูรญาติเสมอ จึงมีคำกล่าวเรียกว่า “สวนนอก” หมายถึง สวนบ้านนอก ที่เป็นของวงศ์ราชินิกุลบางช้าง ส่วนบางกอก ซึ่งเป็นส่วนของเจ้านายในราชวงศ์ ก็เรียกว่า “สวนใน” มีคำกล่าวว่า “บางช้างสวนนอก บางกอกสวนใน” จนถึงสมัยรัชกาลที่ ๔ จึงยกเลิกไป อำเภออัมพวาจึงเป็นเมืองที่มีความสำคัญ เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ไทยมา ยาวนาน

แต่เนื่องจากสมเด็จพระอมรินทรามาตย์ ทรงเป็นคนพื้นบ้านบางช้างมาก่อน จึงมีพระประยูรญาติต่างๆประกอบอาชีพทำสวนอยู่ที่บางช้าง เมื่อได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระอมรินทรามาตย์ จึงนับเป็นราชินิกุล “บางช้าง”พระประยูรญาติจึงเกี่ยวดองเป็นวงศ์บางช้างด้วย และสมเด็จพระอมรินทรามาตย์มักเสด็จมาเยี่ยมพระประยูรญาติเสมอ จึงมีคำกล่าวเรียกว่า “สวนนอก” หมายถึง สวนบ้านนอก ที่เป็นของวงศ์ราชินิกุลบางช้าง ส่วนบางกอก ซึ่งเป็นส่วนของเจ้านายในราชวงศ์ ก็เรียกว่า “สวนใน” มีคำกล่าวว่า “บางช้างสวนนอก บางกอกสวนใน” จนถึงสมัยรัชกาลที่ ๔ จึงยกเลิกไป อำเภออัมพวาจึงเป็นเมืองที่มีความสำคัญ เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ไทยมา ยาวนาน

อัมพวา….เปลี่ยนไป เปลี่ยนไปเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิตริมน้ำ สองฝั่งคลองอัมพวาบ้านเรือนที่มีบรรไดลงน้ำแทบทุกหลังคาเรือน มันเป็นบันได แห่งชีวิต

ที่ยังคงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมริมน้ำสองฝั่งคลองที่มีสายน้ำไหลผ่านอย่างไม่มีวันหยุดนิ่ง ทุกสิ่งที่อัมพวายังมีเสน่ห์ให้มาเที่ยวชม

ตลาดน้ำอัมพวา กลางวัน และ กลางคืน มีเสน่ห์ที่แตกต่างกัน สายน้ำกับแสงไฟสะท้อนตามแรงลูกคลื่นที่เรือยนต์วิ่งไปวิ่งมาพาให้น่าเที่ยวชม

เที่ยวให้สนุกสุขใจ…ไปอัมพวา เป็นที่ฮือฮาของนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศ จ่างมาแล้วต้องเช็คอิน

อัมพวา…มีทั้งมุมของฝาก ของกิน สารพัดให้เลือกหา มีทั้งถนนคนเดิน..พาเพลิน เชิญ…ไปเที่ยวอัมพวา

จะล่องเรือไปไหว้พระ ๙ วัด ๗ วัด สุดแต่จะศรัทธาและเลื่อมใส ก่อนจะไปลงเรือก็สามารถหาของกินริมคลองมีให้เลือกมากมาย

เดินไป เดินมา ก็อดยิ้มกับก๋วยเตี๋ยวกะลาไม่ได้ แม่ค้าหน้าขาวเสียงใสเริ้ด ร้องเชิญ…ลูกค้าเสียงหวานยังกับน้ำตาลมะพร้าว

ใครใคร่กิน กิน! ใครใคร่อยากถ่ายรูป ถ่าย! เที่ยวไปเดินไป ตลอดแนวสองฝั่งคลองฯมีมุมองสวยๆให้ถ่ายรูปหลายๆมุม

ในยามเย็น…นักท่องเที่ยวนิยมนั่งเรือ ล่องชมตามลำคลองโดยตีตั๋วลงเรือคนละ ๖๐  บาทไปดูหิ่งห้อย

อัมพวายามเย็น…นอกจากจะเดินเล่น ยังมีเรือนวดแผนไทยบริการ…นวดไปล่องไปตามแม่น้ำและลำคลองที่สวยงาม

ยามเย็นเดินเล่นริมคลองอัพวา….น่ามอง แสงไฟและสายน้ำสะท้อนแขว่งวาววับสลับกับลูกคลื่นที่ทำให้น้ำในคลองไม่เคยหลับมันเกิดจากเรือที่วิ่งสัญจรไปมา เรือบางลำล่องไปไหว้พระปิดทอง ๙ วัด เรือบางลำนำพาไปดูหิ่งห้อย ไปทางคลองผีหลอก ผ่านคุ้งเทวดา และนำพาวิ่งอ้อมออกแม่น้ำแม่กลอง เสมือนวิ่งรอบเกาะกลับอัมพวา กลับมาเดินลัดเลาะหาของอร่อยๆกินอย่างเพลิดเพลิน

อรุณสวัสดิ์…ยามเช้าที่ริมคลองตลาดอัมพวา มีพระพายเรือมาบิณฑบาตรถึงหน้าบ้าน

อัมพวา…ยังมีสายน้ำแห่งอริยะธรรมกับวัฒนธรรมการทำบุญตักบาตร มีพระพายเรือบิณฑบาตรทุกๆเช้า

อัมพวา ช่างสมกับเป็นเมือง…แห่งเวนิสตะวันตกสายน้ำแห่งพระมหากษัติย์  ไปเที่ยวอัมพวา…ครั้งใด ถ้าไปแล้ว…ไม่ได้นั่งเรือ เหมือนไปไม่ถึง…อัมพวา

ตลาดน้ำอัมพวา มีทุกวันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่ ๑๐.๐๐ น.ถึง เวลา ๒๒.๐๐ น.

ตลาดร่มหุบ

บนเส้นทางรถไฟสายแม่กลอง

สถานีรถไฟสายแม่กลอง เป็นเส้นทางรถไฟที่สั้นที่สุดในประเทศไทย จากสถานีรถไฟบ้านแหลม จังหวัดสมุทรสาคร ถึง สถานีแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม ระยะทาง 33.80 กิโลเมตร

เป็นเส้นทางที่มีสองข้างทางร่มรื่นไปด้วยป่าจาก ป่าลำพู และป่าแสม อากาศเย็นสบายกับการเดินทางรถไฟสายแม่กลอง มีมุมมองตามสถานีย่อยหลายจุด  ผ่านครั้งใดมักจะชอบมองสถานีรถไฟ”บ้านบ่อ” จะมีบ้านรับซ่อมระหัดวิดน้ำเข้านาเกลือ นาข้าว อีกทั้งยังเป็นร้านซ่อมตระเกียงจ้าวพายุอีกด้วย ระยะเวลาในการนั่งจากสถานีบ้านแหลม ถึง สถานีแม่กลอง ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง

สถานีสุดท้ายก่อนที่ขบวนรถไฟจะวิ่งผ่าผ่านตลาดร่มหุบและเข้าเทียบชาลชาลา จะเป็นสถานีลาดใหญ่ อยู่ห่างหรือก่อนถึงสถานีแม่กลองประมาณ 6 กิโลเมตร

กิโลเมตร เป็นสถานีที่น่าสนใจ ไปรอขึ้นรถไฟเข้าผ่ากลางตลาดร่มหุบ นั่งรถไฟผ่าผ่านเข้าตลาดร่มหุบก็สนุกไปอีกแบบ จะได้เห็นผู้คนที่มาจากทั่วสารทิศมายืนรอขบวนรถไฟ และแม่ค้าแม่ขายต่างกรุกรุจรรับเข็นแผงปลาและเก็บร่มกันอย่างว่องไว

หากยังไม่รีบไปไหนให้รอดูอีกรอบตอนรถไฟวิ่งออกจากสถานี พ่อค้าแม่ค้าจะขยายร่มเหมือนนกขยายปีกปกคลุมแผงขายของบนเส้นทางรถไฟสามแม่กลอง

ตารางเวลารถไฟ เข้า-ออก สถานี เที่ยวแรกออกจากสถานี เวลา ๐๖:๒๐ น.๐๙:๐๐ น.๑๑:๓๐ น.๑๕:๓๐ น.

ตารางเวลารถไฟ เข้า-ออก สถานี เทีjยวแรกรถไฟเข้าสถานี เวลา ๐๘:๓๐ น.๑๑:๑๐ น.๑๔:๓๐ น.๑๗:๔๐ น.

เมื่อขบวนรถไฟเข้าชานชะลา พ่อค้าแม่ขายต่างชุลมุนวุ่นวายกับการหุบหลังคา คล้ายกับนกหุบปีกกันอย่างพรึ๊บพรั๊บ

ใครได้ไปท่องเที่ยว”ตลาดร่มหุบ“จะรู้สึกสนุกสนาน ที่สำคัญ…ต้องระวังรถไฟในขณะที่เคลื่อนขบวนเข้าชานชะลาให้ปลอดภัย

อารมณ์ของคนรอ…รถไฟ สบายใจเฉิบ ส่วนนักท่องเที่ยวต่างมีความสุขสนุกกับการถ่ายรูปเช็คอินบนเส้นทางรถไฟสถานีแม่กลอง

ห้ามพลาด…หากมีโอกาส ยินดีต้อนรับ…ทุกท่าน ท่องเที่ยวเส้นทางรถไฟเป็นเส้นทางที่สั้นที่สุดในประเทศไทย

ค่ายบางกุ้ง

ตั้งอยู่: ตำบลบางกุ้ง  อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม

นับถอยหลังจากอดีตในประวัติศาสตร์จนถึงปัจจุบันผ่านมาราวๆ ๒๕๐ ปี ค่ายบางกุ้ง ตั้งอยู่หมู่ที่ ๔ ตำบลบางกุ้ง

มีโบสถ์ที่สร้างตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ชาวบ้านเรียกว่า”โบสถ์หลวงพ่อดำหรือหลวงพ่อนิลมณี ” มีลักษณะพิเศษคือ โบสถ์ทั้งหลังปกคลุมด้วยต้นไม้ถึงสี่ชนิด คือ ต้นโพธิ์ ต้นไทร ต้นไกร ต้นกร่าง ชาวบ้านเรียกว่าโบสถ์ปรกโพธิ์

เมื่อมาถึงบริเวณค่ายจะมองเห็นแนวกำแพงจำลองสร้างไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์จากการสู้รบ ค่ายแห่งนี้เป็นค่ายทหารเรือไทยที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ หลังจากเหตุการณ์เสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ ๒ เมื่อพ.ศ. ๒๓๑๐

นับว่า เป็น UNSEEN THAILAND ที่มีความสวยงามไปด้วยต้นไม้ที่โอบอุ้มมาแต่สมัยกรุงศรีอยุทธยา

เป็นมรดกทางประวัติศาสตร์ที่สร้างสมผสมผสานของต้นไม้ต่างๆจนทำให้เกิดความมหัศจรรย์

จนเป็นอีกหนึ่งที่ได้รับการขนานนามว่า″AMAZING THAILAND

รอบนอกกับภายในที่ซ่อนเร้นไปด้วยความมหัศจรรย์ ของดินแดนตำนานสงครามสมัยกรุงศรีอยุทธยา

“หลวงพ่อนิลมณี”พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์และต้นไม้ที่ขึ้นเกาะผนังภายในโบสถ์มานานกว่า ๒๕๐ ปี

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้โปรดให้ยกกองทัพเรือมาตั้งค่ายที่ตำบลบางกุ้ง เรียกว่า ค่ายบางกุ้ง เนื่องจากเมืองแม่กลองเป็นเส้นทางที่กองทัพพม่าใช้ในการเดินทัพ

โดยสร้างกำแพงล้อมวัดบางกุ้งให้อยู่กลางค่ายเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจและเป็นที่เคารพบูชาของทหาร พระเจ้าตากสินมหาราชได้โปรดให้คนจีนจากระยอง ชลบุรี ราชบุรีและกาญจนบุรีรวบรวมผู้คนมาตั้งเป็นกองทหารรักษาค่าย

ค่ายนี้จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนี่งว่า “ค่ายจีนบางกุ้ง” พระองค์ทรงให้ชื่อทหารเหล่านี้ว่า ทหารภักดีอาสา

ค่ายบางกุ้งแห่งนี้ถูกปล่อยให้รกร้างเกือบ ๒๕๐ ปี จนมาถึงปี พ.ศ. ๒๕๑๐ กระทรวงศึกษาธิการจึงได้ตั้งเป็นค่ายลูกเสือขึ้น เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระเจ้าตากสินมหาราช

ค่ายบางกุ้งมีสถานที่แหล่งเรียนรู้ถึงความเรื่องเล่าความสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญหลายจุด

ค่ายบางกุ้งแห่งนี้ยังมีสระน้ำโบราณรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 4เมตร ยาว 7 เมตรที่ตัวขอบสระมีกำแพงเตี้ยกันไว้และกรุด้วยอิฐถือปูนลักษณะสอบลงไป ที่เป็นสถานที่มีความศักดิ์สิทธิ์

ซึ่งชาวบ้านมีความเชื่อว่า เมื่อป่วยไข้ที่เป็นแบบชนิดไม่ใช่โรคธรรมดาที่ต้องไปหาแพทย์ต่างก็จะมาอธิฐาน ขอตักน้ำในบ่อศักดิ์สิทธิ์ไปอาบ และต่างได้มากราบไหว้องค์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

โครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์
ตั้งอยู่ริมคลองอัมพวา จุดเดียวกับร้าน ชานชาลา ต.อัมพวา อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม

ความเป็นมา
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชดำริให้สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา ดำเนินการรับโอนที่ดินซึ่งนางสาวประยงค์ นาคะวะรังค์ ข้าราชการบำนาญโรงพยาบาลทรวงอก กรมควบคุมโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข ขอพระราชทานน้อมเกล้าฯ ถวายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างจำนวน ๕แปลง พื้นที่รวม ๒๑ ไร่ ๑๒ ตารางวา ในตำบลอัมพวา อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อใช้ประโยชน์ในกิจกรรมของมูลนิธิชัยพัฒนา โดยมูลนิธิชัยพัฒนาได้รับโอนเป็นกรรมสิทธิ์ เมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๔๕

แนวพระราชดำริ
๑.พัฒนาและอนุรักษ์ศิลปกรรม วิถีชีวิต และวัฒนธรรมพื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นของชุมชนอัมพวาทั้งในด้านกายภาพ และการดำเนินชีวิตของผู้อาศัยในพื้นที่และชุมชน โดยการเข้ามามีส่วนร่วมในการประกอบอาชีพ  และประกอบกิจกรรมภายในพื้นที่

๒.พัฒนาพื้นที่ให้เกิดศักยภาพเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์  เชื่อมโยงกับอุทยานพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (อุทยาน ร.2)  และแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ  ของจังหวัดสมุทรสงคราม  รวมทั้งเป็นแหล่งศึกษาเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับพันธุ์ไม้พื้นเมือง  การรักษาระบบนิเวศน์ของสวนผลไม้  และแหล่งรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับวิถีชีวิตของชุมชนอัมพวา

๓.สร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้ให้กับชุมชนจากการจำหน่ายผลผลิต  ผลิตภัณฑ์แปรรูป  และค่าตอบแทนจากการให้บริการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

๔.ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาแบบบูรณาการ  โดยสร้างโอกาสให้ชุมชน  องค์กรท้องถิ่น  และองค์กรเอกชนที่เกี่ยวข้อง  เข้ามามีส่วนร่วมและมีบทบาทในการบริหารจัดการพื้นที่  เพื่อให้เกิดความสมดุลในการพัฒนา และการพึ่งพาตนเองของชุมชนตามแนวคิดระบบเศรษฐกิจพอเพียง

การดำเนินงาน
ได้ดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเรือนแถวไม้ริมคลองอัมพวา จัดสร้างเรือนแถวร้านค้าชุมชน และปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณลานอเนกประสงค์ และในสวน โดยได้เริ่มดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการพัฒนาในปี ๒๕๕๑ แบ่งเป็น ๓ ส่วน ได้แก่

๑.พื้นที่สวนชัยพัฒนานุรักษ์  จัดพื้นที่สวนผลไม้ดั้งเดิมให้เป็นแหล่งเรียนรู้ถึงภูมิปัญญาและวิถีชีวิตท้องถิ่นอัมพวาในด้านการเกษตร โดยเฉพาะไม้ผลที่เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของอัมพวา รวมทั้งส่งเสริมให้เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการเกษตรระหว่างเกษตรกร ชาวสวน นักวิชาการ และผู้สนใจ

๒.ลานวัฒนธรรมนาคะวะรังค์ และลานสวนชัยพัฒนานุรักษ์ เป็นลานอเนกประสงค์สำหรับการจัดกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่น งานเทศกาล และกิจกรรมต่างๆ ของชุมชน รวมทั้งจัดพื้นที่ร้านค้าชุมชน เพื่อเปิดโอกาสให้ชุมชน และคนในท้องถิ่นเช่าพื้นที่เพื่อจำหน่าย หรือจัดแสดงสินค้าที่เป็นของท้องถิ่น เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ และการมีส่วนร่วมของชุมชน

๓.พื้นที่เรือนแถวไม้ริมคลองอัมพวา  กิจกรรมที่ให้การส่งเสริม ได้แก่ ร้านชานชาลา เป็นร้านจำหน่ายเครื่องดื่ม และของว่าง โดยร้านชานชาลาจะเป็นพื้นที่เปิดเชื่อมโยงกิจกรรมริมคลองอัมพวา ลานวัฒนธรรมนาคะวะรังค์ และพื้นที่สวน รวมทั้งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของมูลนิธิชัยพัฒนา และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ห้องนิทรรศการชัยพัฒนานุรักษ์  เป็นพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการ และกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมและวิถีชีวิตชุมชนแม่กลอง และอัมพวา การส่งเสริมให้ผู้เช่าอาศัยเรือนแถวไม้ริมคลองอัมพวาของมูลนิธิชัยพัฒนาเปิดร้านขายของ หรือจัดกิจกรรมที่สะท้อนสภาพวิถีชีวิตอัมพวา ส่งเสริมการค้าขายทางเรือ โดยการให้เช่าเรือ และการจัดระเบียบการค้าขายริมคลองอัมพวา

๑. กิจกรรมธุรกิจโครงการ
๑.๑.ร้านค้าชุมชน จัดให้ชุมชนเช่าร้านค้าภายในบริเวณลานวัฒนธรรมนาคะวะรังค์ และลานสวนชัยพัฒนานุรักษ์ รวมทั้งส่งเสริมการค้าขายทางเรือ โดยได้ร่วมกับผู้ประกอบการกำหนดกติกาในการดำเนินการ และดูแลความเป็นระเบียบของพื้นที่ มีการส่งเสริม และให้ความรู้กับร้านค้าในด้านต่างๆ ในปี ๒๕๕๓ มีรายได้จากการให้เช่าร้านค้า คิดเป็นร้อยละ 11 ของรายรับทั้งหมดของโครงการฯ

๑.๒. ร้านชานชาลา เป็นร้านจำหน่ายเครื่องดื่มและอาหารว่าง ดำเนินงานภายใต้แนวคิด “หน้าร้านชุมชน หน้าบ้านอัมพวา” นำผลิตภัณฑ์ชุมชนมาจัดแสดง แนะนำ และพร้อมจำหน่าย ลูกค้าหรือนักท่องเที่ยวสามารถซื้ออาหารจากเรือหรือร้านจำหน่ายอาหารอื่นแล้วนำเข้ามารับประทานภายในร้านชานชาลาได้ ร้านชานชาลาดำเนินธุรกิจบนหลักเอื้อเฟื้อพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน กลุ่มลูกค้าจะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวครอบครัว กลุ่มนักเรียนนักศึกษา โดยเป็นกลุ่มลูกค้าชาวไทยเป็นหลัก และมีกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นซึ่งในปัจจุบันมีประมาณ ๖ % ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด ผลประกอบการจากการจำหน่ายเครื่องดื่ม และอาหารว่าง สร้างรายได้ให้โครงการมากที่สุด คิดเป็น ร้อยละ ๗๕ ของรายรับทั้งหมดของโครงการฯ

๑.๓.การขอเช่า/ใช้พื้นที่จัดกิจกรรมของหน่วยงานต่างๆ มีหน่วยงานต่างๆ ให้ความสนใจ และเข้ามาขอเช่าพื้นที่เพื่อจัดกิจกรรมเพิ่มขึ้น ทำให้มีโครงการมีรายได้จากการให้เช่าพื้นที่ และเป็นการสร้างโอกาสให้แก่ร้านค้าภายใน และภายนอกโครงการ ในปี ๒๕๕๓ โครงการฯ มีรายได้จากการให้เช่า/ใช้พื้นที่จัดกิจกรรมของหน่วยงานต่างๆ คิดเป็นร้อยละ ๓ ของ

รายรับทั้งหมดของโครงการฯ

๒. กิจกรรมอนุรักษ์และพัฒนาชุมชน
๒.๑.การศึกษาดูงานและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ มีผู้สนใจขอเข้าเยี่ยมชมและศึกษาดูงานโครงการฯ  เป็นจำนวนมาก ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสถานศึกษาต่างๆ รวมทั้งบุคคลที่สนใจทั่วไป โดยพาคณะดูงานเข้าเยี่ยมชมโครงการฯ และเข้าเยี่ยมชมชุมชนโดยรอบพื้นที่ ซึ่งมีแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม แหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตร และวิสาหกิจชุมชนที่หลากหลาย นอกจากนี้มีรายการโทรทัศน์ และรายการสารคดีการท่องเที่ยวเข้ามาถ่ายทำรายการในโครงการ ทั้งนี้  โครงการได้ทำการประชาสัมพันธ์ให้แต่ละกลุ่มเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย เป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการพัฒนาชุมชนให้เกิดขึ้นต่อไป โดยระหว่างเดือนมกราคม – พฤศจิกายน ๒๕๕๓ มีผู้เข้าศึกษาดูงานจำนวน ๑๔๑ คณะ

๒.๒.ห้องนิทรรศการชัยพัฒนานุรักษ์ ร่วมกับชุมชนและหน่วยงานต่างๆ ที่ขอใช้ห้องนิทรรศการ สำหรับจัดแสดงนิทรรศการที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตชาวอัมพวา โดยในปี ๒๕๕๓ มีการจัดนิทรรศการรวมทั้งสิ้น ๙ ครั้ง ได้แก่ นิทรรศการ “เรือไทย…ศิลปะแห่งสายน้ำ” นิทรรศการ “การเดินทางของหิ่งห้อย” นิทรรศการ “๑๐๐ ปีชาติกาล ครูเอื้อ สุนทรสนาน” และนิทรรศการ “สานศิลป์ ละอองศิลป์ ครั้งที่ ๑” เป็นต้น นอกจากนี้ ได้จัดทำและจำหน่ายไปรษณียบัตรชุดภาพเขียนงานจักสานทางมะพร้าว จำหน่ายในห้องนิทรรศการ และได้จัดกิจกรรมสาธิตการจักสานทางมะพร้าวบริเวณด้านหน้าห้องนิทรรศการเป็นประจำทุกวันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

๒.๓.กิจกรรมสวนชัยพัฒนานุรักษ์ ส่งเสริมให้เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการเกษตรระหว่างเกษตรกรชาวสวน นักวิชาการ และผู้สนใจเข้าเยี่ยมชม ดำเนินการปรับแต่งภูมิทัศน์ภายในสวน รวมทั้งศึกษาพันธุ์ไม้ผลและพันธุ์พืชอื่นๆ เพื่อนำเข้ามาปลูกเพิ่ม ส่วนพันธุ์ไม้เดิมที่มีอยู่ก็ดูแลรักษาโดยการนำภูมิปัญญาท้องถิ่น และองค์ความรู้ทางวิชาการมาประยุกต์ใช้ เพื่อเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ของชาวสวนและบุคคลทั่วไป ปรับปรุงฟื้นฟูไม้ผล และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยในปี ๒๕๕๓ โครงการมีรายได้จากสวนชัยพัฒนานุรักษ์ คิดเป็นร้อยละ 1 ของรายรับทั้งหมดของโครงการฯ ในปี ๒๕๕๓

โครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์ มีกิจกรรมที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาชุมชนด้วย  โดยแนวทางการดำเนินกิจกรรม ดังนี้

๑.กิจกรรมธุรกิจโครงการ จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายสินค้าชุมชน “โอทอปของดีอัมพวา” ร่วมกับร้านค้าในโครงการฯ และกลุ่มวิสาหกิจชุมชน รวมทั้งร่วมกับร้านค้าปรังปรุงสภาพร้านค้า และพื้นที่ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยเพิ่มจำนวนร้านค้า และทำข้อตกลงในการดำเนินงานร่วมกัน นอกจากนี้จะได้ ปรับปรุงสถานที่ให้เหมาะสมแก่การใช้ประโยชน์ ได้แก่ ปรับปรุงระบบความร้อนของอาคาร กลิ่นและระบบน้ำทิ้งห้องน้ำ อ่างล้างมือที่ถูกสุขลักษณะ ทางเดินและสะพานในสวน ติดตั้งไฟส่องสว่างเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัย เป็นต้น

๒.กิจกรรมส่งเสริมทางวัฒนธรรม โดยสร้างความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกจังหวัด องค์การพัฒนาเอกชน และภาคธุรกิจ โดยมุ่งเน้นกิจกรรมทางการตลาดให้สอดคล้องกับการส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่น

๓.การขอเช่า/ใช้พื้นที่จัดกิจกรรมของหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชน เพิ่มการประชาสัมพันธ์ไปยังหน่วยงานต่างๆ และจะพิจารณาการกำหนดค่าใช้สถานที่ตามความเหมาะสม

๔.ร้านจำหน่ายอาหารว่างชานชาลา เพิ่มผลิตภัณฑ์ชนิดใหม่ ได้แก่ น้ำมะม่วงหาวมะนาวโห่ น้ำม่วงชื่นบรรจุขวด และจัดทำผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก ดำเนินการปรับปรุงโต๊ะ เก้าอี้นั่ง ที่ชำรุดทั้งหมด และติดตั้งไฟส่องสว่างเพิ่มเติมเนื่องจากไฟที่ติดไว้เดิมถูกบดบังแสงสว่างจากต้นไม้ที่โตขึ้น ช่วยให้ลูกค้ารู้สึกปลอดภัย รวมทั้งพัฒนาทักษะของพนักงาน ด้านการผลิตสินค้า ด้านการบริการ  ด้านการประชาสัมพันธ์ และการใช้ภาษาต่างประเทศ

๕.ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน ใช้อาคารเรือนรับรองเปิดจำหน่ายสินค้าชุมชน และสินค้าจากโครงการต่างๆ ของมูลนิธิชัยพัฒนา รวมถึงผลิตภัณฑ์ชุมชนจากจังหวัดใกล้เคียง เป็นการส่งเสริมรายได้แก่ชุมชน เพิ่มรายได้ให้แก่โครงการฯ

๖.กิจกรรมพัฒนาชุมชน จัดกิจกรรมฝึกอบรมสร้างอาชีพให้แก่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การฝึกอบรมภาษาอังกฤษ การฝึกอบรมนวดแผนไทย การจักสานก้านมะพร้าว ฝึกต่อเรือจำลอง การทำอาหารและขนมไทย งานช่างไฟฟ้า และเครื่องตัดหญ้า เป็นต้น โดยประสานงานกับหน่วยงานราชการต่างๆ และภาคเอกชน มุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือเพื่อพัฒนาชุมชน และเพิ่มช่องทางการประชาสัมพันธ์ รวมถึงโอกาสในการจำหน่ายสินค้าของโครงการฯ

๗.ห้องนิทรรศการชัยพัฒนานุรักษ์ จัดนิทรรศการเป็นประจำตลอดทั้งปี โดยความร่วมมือจากชุมชน และมุ่งเน้นกลุ่มนักเรียนในจังหวัดสมุทรสงครามให้มาเยี่ยมชมมากยิ่งขึ้น

กิจกรรมสวนชัยพัฒนานุรักษ์ ใช้พื้นที่ดินที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด  ดำเนินการเร่งปลูกไม้ผลในแปลง เพื่อเป็นตัวอย่างการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชน และทำการทดลองเลี้ยงปลาในร่องสวนเพื่อเพิ่มรายได้ และสามารถขยายผลให้กับเกษตรกรต่อไป เพื่อเชื่อมโยงการดำเนินงาน และกิจกรรมแหล่งท่องเที่ยวกับอุทยานพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (อุทยาน ร.๒) และแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ของชุมชน เพื่อสร้างโอกาส และส่งเสริมการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ ต่อไป

สำนักงานโครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์

โทร.๐๓๔-๗๕๒-๒๔๕. ๐๓๔-๗๕๒-๑๙๙

www.amphawanurak.com

E-mail: amphawa_chaipattananurak@hotmail.com